Calisthenics คืออะไร? รู้จักเทรนด์การทำบอดี้เวทแบบใหม่ของปีนี้

Calisthenics คืออะไร? รู้จักเทรนด์การทำบอดี้เวทแบบใหม่ของปีนี้

การออกกำลังกายแบบ Calisthenics กำลังได้รับความนิยมในหมู่คนรักสุขภาพและฟิตเนสทั่วโลก เพราะ Calisthenics คือ การฝึกที่ทำได้ทุกที่โดยแทบไม่ต้องใช้อุปกรณ์ ทั้งยังช่วยพัฒนาความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และความคล่องตัวของร่างกายไปพร้อมกัน

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักว่า Calisthenics คืออะไร พร้อมเจาะลึกท่า Calisthenics วิธีการฝึก ประโยชน์ และวิธีเริ่มต้นสำหรับมือใหม่ รวมถึงโปรแกรมฝึก 4 สัปดาห์และเทคนิคขั้นสูงสำหรับผู้ที่ต้องการความท้าทายมากขึ้น ลองมาดูกันว่าทำไมการออกกำลังกายแบบ Calisthenics ถึงเป็นเทรนด์การเวทเทรนนิ่งที่มาแรงในตอนนี้

Calisthenics คืออะไร ?

Calisthenics คือ รูปแบบการออกกำลังกายที่เน้นการใช้น้ำหนักตัวเองเป็นแรงต้าน โดยไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์เสริมมากนัก รูปแบบนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากยุคกรีกโบราณ คำว่า "Calisthenics" มาจากภาษากรีก "Kalos" หมายถึงความงดงาม และ "Sthenos" หมายถึงความแข็งแกร่ง การฝึกแบบนี้จึงไม่เพียงช่วยพัฒนาร่างกาย แต่ยังเน้นการเคลื่อนไหวที่สง่างามและมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบันการออกกำลังกายแบบ Calisthenics ครอบคลุมทุกส่วนของร่างกาย ตั้งแต่กล้ามเนื้อแขน ขา แกนกลางลำตัว ไปจนถึงการพัฒนาความสมดุลและความยืดหยุ่น จึงเหมาะกับทุกเพศทุกวัย และปรับระดับความยากง่ายได้ตามความสามารถ

Calisthenics ต่างจากเวทเทรนนิ่งแบบปกติอย่างไร ?  

Calisthenics และ เวทเทรนนิ่ง แบบปกติที่เราคุ้นเคยนั้นมีพื้นฐานที่คล้ายกันตรงที่ทั้งสองเน้นการใช้น้ำหนักตัวเองเป็นแรงต้าน ซึ่ง ‘เวทเทรนนิ่งแบบปกติ’ เป็นการออกกำลังกายพื้นฐาน เช่น Push-ups, Squats หรือ Plank ที่มุ่งสร้างกล้ามเนื้อและความแข็งแรงในระดับเริ่มต้น ทำได้ทุกคนโดยไม่ต้องมีทักษะพิเศษ และเน้นการทำซ้ำ ๆ เพื่อความฟิตโดยรวม

ส่วน Calisthenics คือฝึกที่ต้องอาศัยการควบคุมร่างกายขั้นสูง ด้วยท่าเช่น Muscle-ups, Planche หรือ Front Lever ซึ่งต้องการทั้งความแข็งแรง แกนกลางลำตัวที่มั่นคง และความสามารถในการทรงตัว โดยโฟกัสที่ความสมดุลของร่างกาย

หากเปรียบเทียบง่าย ๆ เวทเทรนนิ่งธรรมดาคือขั้นพื้นฐานที่เหมาะกับการเริ่มต้น และ Calisthenics คือการต่อยอดสำหรับผู้ที่ต้องการความท้าทายและเพิ่มความหลากหลายให้โปรแกรมการฝึกของตัวเอง

ประโยชน์ของการออกกำลังกายแบบ Calisthenics มีอะไรบ้าง ?  

การออกกำลังกายแบบ Calisthenics ไม่เพียงช่วยพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ แต่ยังเน้นความคล่องตัว ความยืดหยุ่น และสมดุลของร่างกาย ด้วยความที่แทบไม่ต้องใช้อุปกรณ์ Calisthenics จึงกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับคนรักสุขภาพ มาดูกันว่ามีประโยชน์อะไรบ้าง

1. ประหยัดค่าใช้จ่าย

หนึ่งในจุดเด่นของ Calisthenics คือ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์หรือเครื่องมือราคาแพง คุณฝึกได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะที่บ้านหรือสวนสาธารณะ

2. เพิ่มความแข็งแรงและความคล่องตัว

ท่าฝึกใน Calisthenics workout คือ การเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับร่างกายทุกส่วน ทำให้คุณสามารถพัฒนากล้ามเนื้อ ความยืดหยุ่น และความคล่องตัวไปพร้อม ๆ กัน

3. เหมาะกับทุกเพศทุกวัย

ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นหรือผู้ที่ฝึกมานานแล้ว ก็สามารถปรับเปลี่ยนความยากง่ายของการฝึกได้ตามระดับความฟิตของตัวเอง

4. ช่วยพัฒนากล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว

การฝึกท่าอย่าง Plank หรือ Hollow Body Hold จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลาง (อีกทั้งยังช่วยปั้นซิกแพคผู้ชาย) ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน

5. ช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงาน ลดไขมัน

ท่าออกกำลังกายหลายท่าใน Calisthenics Exercise คือ การผสมผสานระหว่างการเสริมสร้างกล้ามเนื้อและการคาร์ดิโอ ทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลีนไขมันหน้าท้องได้อย่างเห็นผล

วิธีเริ่มต้นฝึก Calisthenics สำหรับมือใหม่ ฝึกเองที่บ้านได้

การเริ่มต้นฝึก Calisthenics อาจดูท้าทายสำหรับมือใหม่ แต่ด้วยการเลือกท่าที่เหมาะสมและปรับตามระดับความฟิต คุณก็เริ่มต้นได้อย่างปลอดภัยจากการบาดเจ็บ และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการฝึก มาดูกันว่าถ้าสนใจการออกกำลังกายแบบ Calisthenics ควรเริ่มต้นอย่างไร

  • 1. เริ่มจากเป้าหมายเล็ก ๆ : ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น การดันพื้น 10 ครั้ง หรือการดึงข้อ 3 ครั้ง เพื่อให้คุณมีกำลังใจในการฝึก

  • 2. สร้างโปรแกรมการฝึกที่เหมาะสม : เลือกท่าที่เหมาะกับระดับความฟิตของคุณ เช่น เริ่มจาก Plank และ เวทเทรนนิ่ง Squats และค่อย ๆ เพิ่มท่าที่ซับซ้อนขึ้นเมื่อคุณแข็งแรงขึ้น

  • 3. เรียนรู้เทคนิคที่ถูกต้อง : ท่าฝึกใน Calisthenics exercise คือ ท่าที่ต้องการการเคลื่อนไหวที่ถูกต้องเพื่อป้องกันการบาดเจ็บและเพิ่มประสิทธิภาพการฝึก

  • 4. เพิ่มความท้าทายตามลำดับ : เริ่มจากการฝึกท่าพื้นฐานแล้วค่อยเพิ่มความยาก เช่น เพิ่มระยะเวลาในการทำ Plank ช่วยสร้าง Six Pack ให้สวย หรือปรับมุมของ Push-ups เพื่อช่วยให้กล้ามอกดูชัดและลีนขึ้น

โปรแกรมการฝึก Calisthenics แบบ 4 สัปดาห์สำหรับมือใหม่ 

หากคุณต้องการเริ่มต้นฝึก Calisthenics แต่ไม่แน่ใจว่าจะจัดโปรแกรมอย่างไรให้เหมาะกับระดับความสามารถ การฝึกตามแผนที่วางไว้อย่างเป็นระบบสามารถช่วยคุณสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งและพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง เราได้ออกแบบโปรแกรมการฝึก Calisthenics และท่าเวทเทรนนิ่งแบบ 4 สัปดาห์เพื่อมือใหม่ มาดูกันว่าจะมีโปรแกรมการฝึกอย่างไรบ้าง 

สัปดาห์ที่ 1: ฝึกระดับพื้นฐานเพื่อปรับตัว

สัปดาห์แรกเน้นสร้างความคุ้นเคยกับการเคลื่อนไหวพื้นฐานและพัฒนากล้ามเนื้อหลัก ท่าอย่าง Push-ups และ Squats ช่วยสร้างความแข็งแรงของแกนกลางและขาโดยไม่สร้างความเครียดเกินไป

  • Push-ups: 3 เซ็ต × 10 ครั้ง
  • เวทเทรนนิ่ง Squats: 3 เซ็ต × 15 ครั้ง
  • Plank: 3 เซ็ต × 30 วินาที

สัปดาห์ที่ 2: เน้นความแข็งแรงและการทรงตัว

เมื่อร่างกายเริ่มปรับตัวได้ สัปดาห์นี้จะเพิ่มความเข้มข้นด้วยจำนวนครั้งและระยะเวลาในการฝึก โดยเน้นความแข็งแรงและการทรงตัว

  • Incline Push-ups: 3 เซ็ต × 12 ครั้ง
  • Lunges: 3 เซ็ต × 10 ครั้งต่อข้าง
  • Side Plank: 3 เซ็ต × 20 วินาที

สัปดาห์ที่ 3: เริ่มปรับโปรแกรมให้ท้าทายยิ่งขึ้น

สัปดาห์นี้เริ่มฝึกท่าที่ต้องการความแข็งแรงและการควบคุมร่างกายมากขึ้น เช่น Pull-ups และ Hanging Knee Raises เพื่อเสริมกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้อง

  • Pull-ups: 3 เซ็ต × 5 ครั้ง
  • Dips: 3 เซ็ต × 8 ครั้ง
  • Hanging Knee Raises: 3 เซ็ต × 12 ครั้ง

สัปดาห์ที่ 4: ฝึกหนัก เน้นความเข้มข้น 100%

สัปดาห์สุดท้ายนี้จะรวมทุกสิ่งที่คุณฝึกมาไว้ในโปรแกรมที่เข้มข้นและครบเครื่อง เพื่อสร้างสมดุลและความแข็งแกร่งอย่างเต็มที่ ท่าฝึกอย่าง Diamond Push-ups และ Box Jumps จะช่วยพัฒนาความฟิตแบบองค์รวม

  • Diamond Push-ups: 3 เซ็ต × 8 ครั้ง
  • Plank to Push-up: 3 เซ็ต × 10 ครั้ง
  • Box Jumps: 3 เซ็ต × 10 ครั้ง

โปรแกรมนี้ไม่เพียงช่วยสร้างกล้ามเนื้อ แต่ยังเสริมความมั่นใจและความพร้อมในการฝึก Calisthenics ขั้นสูงได้ในอนาคต!

Calisthenics คือการออกกำลังกายที่ช่วยให้คุณมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง แบบไม่ต้องใช้อุปกรณ์

Calisthenics คือ การออกกำลังกายแบบบอดี้เวทที่ใช้ร่างกายเป็นแรงต้าน เริ่มต้นได้ง่าย ประหยัดต้นทุน และให้ประโยชน์มากมาย ตั้งแต่การพัฒนากล้ามเนื้อ ความแข็งแรง ไปจนถึงความยืดหยุ่น ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือมือโปร การฝึก Calisthenics ก็เหมาะกับทุกคนที่อยากพัฒนาสุขภาพ

แนะนำ Maxnum Slat Treadmill ตัวช่วยคาร์ดิโอ เพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อและร่างกายอีกขั้น!

นอกจากจะเสริมสร้างกล้ามเนื้อด้วยการฝึก Calisthenics แล้ว การคาร์ดิโอ ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน เพราะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงาน เสริมสร้างความแข็งแรงของหัวใจและปอด หนึ่งในอุปกรณ์ที่ตอบโจทย์การคาร์ดิโอได้อย่างดีเยี่ยมที่เราอยากแนะนำอย่าง Maxnum Slat Treadmill ลู่วิ่งไฟฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการออกกำลังกายหลากหลายรูปแบบ 

Maxnum Slat Treadmill ไม่เพียงแค่ช่วยให้คุณวิ่งออกกำลังกายแบบธรรมดา แต่ยังช่วยความแข็งแรงของขาและแกนกลางลำตัว นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันปรับแรงต้านที่เหมาะสำหรับการฝึกผสมผสานทั้งคาร์ดิโอและการฝึกความแข็งแรง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการผลลัพธ์ที่ครบครันในเครื่องเดียว

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาอุปกรณ์ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพทั้งในด้านความทนทานและการพัฒนากล้ามเนื้อ Maxnum Slat Treadmill ลู่วิ่งดีไซน์ล้ำที่ให้คุณได้สัมผัสการออกกำลังกายระดับโปร ด้วย Sled Resistance ปรับได้ตั้งแต่เลเวล 5-36 มาพร้อมเซอร์โวมอเตอร์ทรงพลัง 2.5 HP ปรับความเร็วปรับได้ 1-22 กม./ชม. และเพิ่มความเข้มข้นในการฝึกซ้อมด้วยโหมดการปรับความชันได้ถึง 15 ระดับ พร้อมทุกความท้าทายเพื่อยกระดับการฝึกของคุณ! 

สั่งซื้อลู่วิ่งไฟฟ้า Maxnum Slat Treadmill ในราคาพิเศษ คลิกที่ลิงก์นี้ เพื่อสั่งซื้อได้ทันที

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Calisthenics (FAQ)

Calisthenics ควรฝึกกี่วันต่อสัปดาห์?

ตอบ : สำหรับมือใหม่แนะนำ 3 วันต่อสัปดาห์ โดยเว้นวันพักให้กล้ามเนื้อฟื้นตัว เช่น จันทร์–พุธ–ศุกร์ เมื่อร่างกายแข็งแรงขึ้นค่อยเพิ่มเป็น 4–5 วัน หรือแยกฝึกตามกลุ่มกล้ามเนื้อ การพักผ่อนเพียงพอสำคัญพอ ๆ กับการฝึก เพราะกล้ามเนื้อจะเติบโตในช่วงพัก

ไม่มีอุปกรณ์เลย ฝึก Calisthenics ที่บ้านได้ไหม?

ตอบ : ได้ เพราะจุดเด่นของ Calisthenics คือ แทบไม่ต้องใช้อุปกรณ์ ท่าพื้นฐานอย่าง Push-ups, Squats, Lunges และ Plank ใช้แค่น้ำหนักตัวก็ฝึกได้ทุกส่วน หากอยากเพิ่มท่าดึงข้อ (Pull-ups) ค่อยหาราวโหนหรือใช้บาร์ที่ติดกับวงกบประตูภายหลังก็ได้

Calisthenics ช่วยลดน้ำหนักได้จริงไหม?

ตอบ : ช่วยได้ เพราะหลายท่าผสมผสานการสร้างกล้ามเนื้อและคาร์ดิโอ ทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานสูงขึ้นทั้งระหว่างและหลังฝึก แต่การลดน้ำหนักที่เห็นผลต้องควบคู่กับการคุมอาหารและพักผ่อนให้เพียงพอด้วย

ฝึก Calisthenics นานแค่ไหนถึงจะเห็นผล?

ตอบ : โดยทั่วไปจะเริ่มรู้สึกแข็งแรงและมีแรงมากขึ้นภายใน 4–6 สัปดาห์ ส่วนการเปลี่ยนแปลงของรูปร่างที่เห็นชัดมักใช้เวลาประมาณ 8–12 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับความสม่ำเสมอ โภชนาการ และจุดเริ่มต้นของแต่ละคน

Calisthenics กับเวทเทรนนิ่ง แบบไหนดีกว่ากัน?

ตอบ : ไม่มีแบบไหนดีกว่าแบบตายตัว ขึ้นอยู่กับเป้าหมาย ถ้าเน้นควบคุมร่างกาย ความคล่องตัว และฝึกได้ทุกที่ Calisthenics ตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าเน้นเพิ่มมวลกล้ามเนื้อเฉพาะส่วนด้วยน้ำหนักที่ปรับได้ละเอียด เวทเทรนนิ่งจะได้เปรียบ หลายคนเลือกฝึกผสมทั้งสองแบบเพื่อผลลัพธ์ที่ครบที่สุด

ต้องการเปิดฟิตเนส?

ให้เราช่วยบอกคุณว่าควรเริ่มต้นอย่างไรให้ได้กำไรเข้าธุรกิจยิมของคุณให้ได้มากและเร็วที่สุด เราให้คำปรึกษาฟรีที่เหมาะกับขนาดพื้นที่และงบประมาณ

ปรึกษาฟรี!