ทำความรู้จัก “ยิมห้องแถว” เล็ก ๆ ที่โชว์ความเก๋าในวงการฟิตเนสมายาวนานจนถึงปัจจุบัน

ท่ามกลางธุรกิจฟิตเนสที่แข่งขันกันอย่างดุเดือดในปัจจุบัน ในภาพจำของหลาย ๆ คนตอนนี้คงหนีไม่พ้นฟิตเนสแบรนด์ใหญ่ ๆ ที่มีบริการครบครันทั้ง เครื่องออกกำลังกาย คลาสเรียนต่าง ๆ ห้องซาวน่า ล็อคเกอร์ หรือ เทรนเนอร์ส่วนตัว ที่มอบประสบการณ์ที่ดีให้กับสมาชิกที่เข้ามาใช้บริการ

เช่นเดียวกับในมุมมองของผู้ประกอบการ เพราะสำหรับผู้ที่ต้องการจะเปิดฟิตเนสนั้น เราเชื่อว่าภาพในหัวของคนส่วนใหญ่ก็คงจะชินไปกับโมเดลธุรกิจของเจ้าใหญ่ ๆ เช่นกัน จนทำให้หลายคนกังวลว่า ถ้าเปิดฟิตเนสแล้วเราคงจะสู้คู่แข่งเจ้าใหญ่ ๆ ไม่ไหวแน่ ๆ รวมไปถึงเรื่องงบประมาณที่ใช้ในการเปิดฟิตเนส ที่ใคร ๆ ต่างก็คิดว่าต้องใช้เงินทุนที่สูงมากอีกด้วย 

นั่นเป็นเหตุผลที่ในวันนี้เราอยากมาแนะนำให้คุณรู้จักกับ 2 ยิมอย่าง “ลือชายิม และ ประเวศร์ยิม” ซึ่งเป็นยิมห้องแถวเล็ก ๆ ริมถนน แต่กลับเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางมากในวงการฟิตเนส เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่รักในการออกกำลังกาย และผู้ที่ต้องการจะเปิดฟิตเนสอย่างคุณ หากพร้อมแล้วไปทำความรู้จักได้ในบทความนี้เลยครับ

จุดเริ่มต้นความแข็งแกร่งของ “ลือชายิม และ ประเวศร์ยิม” 

ภาพจาก Thestandard 

จุดเริ่มต้นของทั้ง 2 ยิมนี้เริ่มมาจากคุณปรีชาที่ได้ก่อตั้งยิมที่ชื่อว่า “ลือชายิม” เมื่อปี พ.ศ. 2499 ตั้งอยู่แยกอิสรภาพ (ฝั่งธนบุรี) ซึ่งในยุคนั้นนักกีฬาก็ยังมีไม่มาก สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในการเปิดยิมก็ยังไม่มี แถมผู้คนก็ยังไม่ค่อยรู้จักคำว่า Weight Training หรือ Body building อีกด้วย เรียกว่าเป็นยิมหรือสถานที่ออกกำลังกายรุ่นแรก ๆ ของประเทศไทยเลยทีเดียว

จึงทำให้การเริ่มต้นของยิมในช่วงยุคนั้นทำได้เพียงเริ่มจาก พื้นที่ที่รอบล้อมไปด้วยดงกล้วยไม้ พื้นของยิมเป็นดินเหนียว อุปกรณ์ออกกำลังกายก็ผลิตจากการหล่อปูน และอ๊อกเหล็กกันขึ้นมาเอง ซึ่งความรู้การออกกำลังกายในช่วงนั้นต่างก็ต้องพึ่งพาการนำเข้าสมุดที่ให้ความรู้มาจากต่างประเทศทั้งนั้น เพราะยังไม่มีอินเทอร์เน็ตและหาความรู้ได้อย่างง่ายดายเหมือนปัจจุบัน

อีกทั้งในยุคนั้นก็ยังไม่มีวิทยาศาสตร์การกีฬา และผู้เชี่ยวชาญที่ให้ความรู้ในด้านโภชนาการอีกด้วย แต่ด้วยใจที่รักในการออกกำลังกายของคุณปรีชา เขาจึงได้ทดลองการออกกำลังกายด้วยวิธีต่าง ๆ ด้วยตัวเอง และทดลองกินโภชนาการที่หลากหลาย เพื่อนำมาส่งต่อความรู้ให้กับคนยุคนั้น ๆ 

ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลให้คุณปรีชานั้นมีความรู้มากพอที่จะดึงนักกีฬาแต่ละคนมาพัฒนาศักยภาพร่างกายให้มีความแข็งแรง ยิมแห่งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของสมาคมนักเพาะกายในประเทศไทย และสร้างนักกีฬาเพาะกายให้มีชื่อเสียงระดับประเทศและระดับอาเซียน (ในยุคนั้นถือว่าประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง)

ยิ่งเวลาผ่านไปลูกค้าภายในยิมก็มีมากขึ้นเรื่อย ๆ และพัฒนามากอย่างต่อเนื่อง โดยผลพลอยได้นั้นก็มาจากผลงานที่สร้างนักเพาะกายของพวกเขาด้วย และด้วยความที่ลูกชายอย่างคุณลือชาก็ได้ออกกำลังกายมาตั้งแต่เด็ก ในยามที่คุณปรีชาเริ่มมีอายุมากขึ้น เขาจึงได้ส่งต่อให้ลูกชายเขาสืบทอดต่ออย่างเต็มตัวนั่นเอง

แล้วอะไรทำให้ “ลือชายิม” เป็นที่รู้จักและครองใจลูกค้ามายาวนานถึง 65 ปี ?

ถึงแม้ขนาดพื้นที่ของยิมจะคับแคบ แต่จุดเด่นของพวกเขานั้นก็คือ การอยู่ด้วยกันแบบพี่น้อง มอบความรู้ ให้สามารถออกกำลังกายได้แบบครบครัน ที่สำคัญก็คือสอนวิธีการเล่นแบบฟรี ๆ ไม่ผูกมัดใดใดทั้งสิ้น โดยที่ลูกค้าแต่ละคนนั้นไม่จำเป็นต้องสมัครสมาชิกกับพวกเขาก็ได้ สามารถนำเอาความรู้กลับไปออกกำลังกายที่บ้านหรือยิมอื่น ๆ ได้ตามสบาย 

และพวกเขาเน้นย้ำเสมอว่ายิมแห่งนี้นั้นมุ่งหวังเพียงแค่จะทำให้เยาวชนเติบโตไปอย่างแข็งแรงโดยไม่แสวงหาผลกำไรในด้านธุรกิจ จึงทำให้ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้เข้ามาในยิม ต่างก็ตกอยู่ในห้วงภวังค์แห่งความอบอุ่น และความรู้ที่พวกเขาได้มอบให้ จนทำให้มีสมาชิกใช้งานกันมาอย่างยาวนาน แม้จะมีคู่แข่งเกิดขึ้นมามากมายก็ตาม 

ที่พิเศษไปกว่านั้นยิมแห่งนี้ยังมีค่าบริการสมัครสมาชิกที่ถูกมาก ๆ จากช่วงแรก ๆ ที่เปิดยิมนั้นมีค่าสมาชิกเพียงแค่ 150 บาท จนถึงปัจจุบันผ่านมา 65 ปี ตอนนี้มีค่าสมาชิกรายเดือนเพียง 700 บาทเท่านั้น (สามารถสมัครสมาชิกรายวัน / รายปี ได้ตามต้องการ) หรือลูกค้าเก่าที่เคยใช้บริการตั้งแต่ราคา 150 - 500 แม้จะห่างหายไปนาน แต่ถ้ากลับมาใช้อีกครั้ง ก็ยังคงราคาสมาชิกเท่าเดิมแน่นอน

“ลือชายิม” ผู้ปลุกปั้นและสร้างแรงบันดาลใจให้กับ “ประเวศร์ยิม” 

คนฝั่งธนนั้นโก้จริงๆ (@Eriee_e) | Twitter
ภาพจาก Twitter

เพียงแค่ขยับห่างมาไม่ไกลคุณก็จะพบกับ "ประเวศร์ยิม" ที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงระแวกวงเวียนใหญ่ ซึ่งจะตั้งอยู่ที่ตากสินซอย 5 (ฝั่งธนบุรี) ในยุคนั้นเชื่อว่าทุกคนในย่านฝั่งธน หรือแม้แต่ย่านใกล้เคียง คงจะเคยเห็นใบปลิวโปรโมทยิมของทาง “ประเวศร์ยิม” พร้อมกับภาพนักเพาะกาย ติดอยู่ตามซอกซอย ตึก เสาไฟฟ้า เต็มไปหมด

และคุณประเวศร์ผู้ก่อตั้งยิมแห่งนี้เขาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เพราะเขาเป็นหนึ่งในผู้ใช้บริการของ “ลือชายิม” คุณประเวศร์เริ่มต้นออกกำลังกายอยู่ที่ยิมนั้นตั้งแต่อายุ 17 ปี ด้วยร่างกายที่ผอมบาง จึงอยากจะมีหุ่นที่ดีและร่างกายที่แข็งแรงเหมือนคนอื่น ๆ 

เมื่อคุณปรีชาออกกำลังกายผ่านมา 2 ปีแล้วจนเขาอายุ 19 ปี เขาก็หลงรักการออกกำลังกายและหลงรักหุ่นของตัวเองไปโดยปริยาย แต่ด้วยความโด่งดังและสมาชิกที่ใช้งานเยอะของลือชายิมจนทำให้ผู้คนนั้นเนืองแน่น อีกทั้งย่านนั้นก็ยังมีเพียงแค่ยิมเดียวอีกด้วย

เขาจึงมีความคิดริเริ่มไปเปิดยิมของตัวเอง เพียงเพราะแค่อยากออกกำลังกายที่บ้านของตัวเองโดยไม่ต้องไปแย่งเครื่องเล่นกับคนอื่น ปัจจุบันคุณประเวศร์อายุ 72 ปี ได้รับฉายาชายชราที่แข็งแกร่งที่สุด เพราะเขานั้นมีสุขภาพที่แข็งแรงไม่มีโรคภัยไข้เจ็บใด ๆ

โดยรูปแบบการเติบโตของประเวศร์ยิมจะมีลักษณะเดียวกันกับลือชายิม เพราะพวกเขามอบคุณค่าการออกกำลังกายให้กับลูกค้าโดยไม่นึกถึงผลกำไร และด้วยยุคนั้นสิ่งอำนวยความสะดวกไม่มีมากนัก พวกเขาจึงใช้การผลิตเครื่องออกกำลังกายขึ้นมาเองเช่นเดียวกัน รวมไปถึงการสร้างนักเพาะกายไปแข่งขันจนเป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศ ส่งผลทำให้ยิมเป็นที่รู้จักและยังคงเติบโตมาตลอด 

ถึงแม้จะมีคู่แข่งขึ้นมามากมายทำให้ลูกค้าถดถอยหายไปบ้าง พวกเขาก็ยังมีการศึกษาตลาดในไทยและเดินทางไปศึกษาตลาดต่างประเทศเพื่อนำมาปรับใช้กับยิมตัวเองเพียงเล็กน้อย แต่ก็ยังคงความคลาสสิคที่คู่แข่งใหม่ ๆ ต่างก็ยังไม่มี นี่จึงเป็นสิ่งที่ลูกค้าจดจำและรู้สึกอบอุ่นใจในการใช้บริการจนไม่ถอดใจไปใช้บริการในเจ้าใหม่ ๆ เลยนั่นเอง

สรุปทั้งหมด

หัวใจสำคัญของทั้ง 2 ยิมนี้ สะท้อนให้ทุก ๆ คนเห็นพ้องต้องกันว่า ถึงแม้จะมีคู่แข่งมากมายในยุคปัจจุบัน ก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับพวกเขาสักเท่าไหร่เลย นั่นเป็นเพราะพวกเขานั่นมอบ “คุณค่า” ให้กับลูกค้าจริง ๆ โดยไม่แสวงหาผลกำไรใดใด นั่นจึงอาจเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกค้านั้นเชื่อมั่นและไม่อยากไปใช้บริการที่อื่น 

อีกทั้งสถานที่ที่คับแคบ และการเป็นอยู่แบบพี่น้องก็ยังส่งผลให้ลูกค้ารู้สึกได้ราวกับอยู่ในชุมชนที่อบอุ่นเพราะสามารถสนทนากันอย่างสนุกสนาน พูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กันได้ทันที

ต่างกันกลับยิมหรือฟิตเนสปัจจุบันที่ถึงแม้จะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ และมีเครื่องออกกำลังกายให้เลือกเล่นเยอะก็ตาม สิ่งเหล่านี้อาจเป็นช่องว่างในการเทรนลูกค้าใหม่ ๆ ที่ปัจจุบันนั้นล้วนแต่จะต้องมีค่าบริการเพิ่มเติมในแต่ละส่วน ทำให้เกิดช่องว่างขาดการปฏิสัมพันธ์ที่มีร่วมกันไปได้

ท่ามกลางคู่แข่งรายล้อม คุณเองก็สามารถเริ่มต้นเปิดยิมด้วยตัวเองได้ โดยไม่จำเป็นจะต้องมีสเกลที่ใหญ่เหมือนกับคู่แข่ง โดยคุณสามารถเข้ามาปรึกษากับเราได้แล้วตอนนี้ 

ต้องการเปิดฟิตเนส?

ให้เราช่วยบอกคุณว่าควรเริ่มต้นอย่างไรให้ได้กำไรเข้าธุรกิจยิมของคุณให้ได้มากและเร็วที่สุด เราให้คำปรึกษาฟรีที่เหมาะกับขนาดพื้นที่และงบประมาณ

ปรึกษาฟรี!