เครื่องออกกำลังกายแบบไหนที่ถูกใจลูกค้ามากที่สุด​ ? สิ่งที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้

ปัญหาหนึ่งที่หลายๆคนมักจะเจอเมื่อเริ่มต้นเปิด Gym คือปัญหาการเลือกอุปกรณ์หรือเครื่องออกกำลังกายที่มีหลากหลาย จนทำให้ผู้ประกอบการเลือกไม่ถูก ชิ้นไหนที่ Gym ควรมีเป็นพื้นฐาน? ชิ้นไหนควรจะมีเยอะๆ เพื่อรองรับลูกค้า ?

โดยหลังจากขั้นตอนการวางแผนเริ่มเปิด Gym (งบประมาณ,ขนาดของ Gym,แผนผังที่ชัดเจน และสำรวจกลุ่มลูกค้า) เสร็จเรียบร้อยแล้ว การเลือกของอุปกรณ์หรือเครื่องออกกำลังกายนั้นก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ควรให้ความสำคัญ เพราะ Gym บางที่เกิดปัญหากับมัน คือ อุปกรณ์หรือเครื่องที่นำมาวางไม่ถูกใช้งาน หรือบางชิ้นก็มีไม่เพียงพอ ทำให้ลูกค้ารอนานกว่าจะได้ใช้งาน

ดังนั้น ครั้งนี้เราจึงได้มาลิสต์รายชื่อสำหรับ 7 อุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายที่คนนิยมใช้งานมากที่สุด เพื่อเป็นแนวทางให้กับผู้ประกอบการในการเลือกมาวางใน Gym โดยเราจะแบ่งอุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายออกเป็น 4 หมวดหมู่ คือ

1. Cardio : เครื่องออกกำลังกายที่เน้นการช่วยกระตุ้นระบบหมุนเวียนของเลือด ระบบเผาผลาญและ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหัวใจ เช่น Treadmill (ลู่วิ่งไฟฟ้า) หรือ Spin Bike (เครื่องปั่นจักรยาน)

2. Free Weight : อุปกรณ์ในการเล่นเวทเทรนนิ่ง ที่เราสามารถเคลื่อนไหวและควบคุมเพื่อต้านแรงโน้มถ่วง ได้อย่างอิสระ เช่น Dumbbell (ดัมเบล) หรือ Barbell (บาร์เบล)

3. Machines : Machines รวมไปถึง Smith Machine (เครื่องบริหารร่างกายที่ล็อดเข้ากับบาร์เบล และสามารถปรับน้ำหนักได้ตามแผ่นเหล็ก) คือเครื่องบริการร่างกาย ที่จะเน้นไปที่แต่ละส่วนของร่างกาย เช่น กล้ามเนื้อหลัง กล้ามเนื้อหน้าอก หรือกล้ามเนื้อขา

4. Other : อุปกรณ์เสริมอื่นๆ ที่ควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย  

ไปเริ่มกันกับหมวดหมู่แรกกันเลยครับ !  

1. Cardio

Treadmill

เครดิตรูปภาพ : www.irishtimes.com

ไม่ว่าจะเป็น Gym ไซส์เล็กหรือใหญ่ ก็จะเห็นได้ว่า ลู่วิ่งไฟฟ้า นั้นมีจำนวนมากกว่า 1-2 เครื่องแน่นอน เพราะว่ามันเป็นเครื่องออกกำลังกายสำหรับการคาร์ดิโอที่ได้รับความนิยมที่สุดนั่นเอง

โดยไม่ว่าคุณจะเดิน จ็อกกิ้ง หรือวิ่ง มันก็สามารถปรับระดับความเร็วให้เหมาะสมกับกิจกรรมได้ นอกจากนี้มันยังเป็นเครื่องออกกำลังกายสุดโปรดสำหรับผู้ที่ต้องการเผาผลาญไขมันอีกด้วย เพราะด้วยที่ตัวมันเองสามารถปรับระดับความเร็วและ(เครื่องที่ดี)ระดับความชัน (Incline) ได้ ดังนั้นจะทำให้ผู้ที่ออกกำลังกายสามารถจัดโปรแกรมในการออกกำลังกายได้

ยกตัวอย่างเช่น โปรแกรมวิ่งเพื่อเผาผลาญไขมัน ก็จะแบ่งสัดส่วนเวลาสปรินต์(วิ่งอย่ารวดเร็ว)และเดิน หรืออาจจะเป็น โปรแกรมเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความทนทาน ก็จะแบ่งสัดส่วนเวลาวิ่ง เดิน รวมไปถึงการปรับระดับความชันเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา (ทั้งนี้เรื่องของเวลา ระดับความเร็ว หรือ ระดับความชัน ก็จะแตกต่างกันไปตามเทคนิคของแต่ละบุคคล)

จะเห็นได้ว่าลู่วิ่งถูกใช้ได้ในหลากหลายรูปแบบและจุดประสงค์ ดังนั้นคุณควรรู้ถึงวิธีเลือกซื้อลู่วิ่งไฟฟ้าอย่างครบถ้วนด้วย ขอยกตัวอย่างพื้นฐานของลู่วิ่งที่ดีจำเป็นต้องมีก็คือ

  • ความแรงของมอเตอร์ – ซึ่งส่งผลถึงระดับความเร็วที่สามารถปรับได้ ดูได้จากหน่วย HP (Horsepower) สำหรับ Gym ควรเลือกลู่วิ่งที่มีกำลังแรงม้ามากกว่า 3 HP
  • ขนาดพื้นที่ที่เพียงพอต่อการวิ่ง – มีหน่วยวัดเป็น เซนติเมตร กว้าง x ยาว ยิ่งเยอะเท่าไหร่แปลว่ายิ่งมีพื้นที่มากเท่านั้น
  • ความชันที่สามารถปรับได้ – โดยยิ่งชันเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเผาผลาญไขมันได้มากเท่านั้น ดังนั้นลู่วิ่งนั้นควรปรับความชันได้มากกว่า 12 %
  • หน้าจอแสดงผลและฟีเจอร์ต่างๆ – หน้าจอแสดงผลควรจะบอกได้ถึง เวลาการวิ่ง ระยะการวิ่ง แคลอรี่ที่เผาผลาญ ระดับความชัน ระดับความเร็ว และอัตราการเต้นของหัวใจ รวมไปถึงฟีเจอร์พิเศษต่างๆ เช่น พัดลม หรือ ช่องสำหรับฟังเพลง

Elliptical Trainer

เครดิตรูปภาพ : www.orbitfitness.com

Elliptical หรือสำหรับภาษาไทยอาจจะเรียกว่า เครื่องเดินวงรี เป็นอีกหนึ่งเครื่องออกกำลังกายในหมวดคาร์ดิโอที่มาแรงไม่แพ้ลู่วิ่ง

แน่นอนว่าสิ่งที่คนออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอต้องการจะเห็นบนเครื่อง ก็คืออัตราการเต้นของหัวใจ ที่แสดงให้เห็นว่าหัวใจของเขาแข็งแรงและทนทานมากแค่ไหน หรือแคลอรี่ที่แสดงให้เห็นว่าสามารถเผาผลาญไขมันไปได้เท่าไหร่แล้ว ซึ่งก็ตรงกับจุดเด่นของเครื่อง Elliptical Trainer คือมันสามารถพาให้อัตราการเต้นของหัวใจขึ้นเร็วกว่าเครื่องออกกำลังกายอื่นๆ อีกทั้งยังสามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้มากกว่าเมื่อเทียบกับการเดินบนพื้นเรียบ (ราวๆ 600-800 Kcal./ชม.)

นอกจากนี้มันยังเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องข้อต่อของเข่า เพราะด้วยการออกแบบให้เหมือนการเดินเป็นวงรี จะช่วยลดการกระแทกของเข่า ดังนั้น Elliptical Trainer จึงเป็นสิ่งที่ Gym ส่วนใหญ่มีเพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่ชอบวิ่งหรืออาจจะไม่สามารถวิ่งได้เพราะมีปัญหาสุขภาพนั่นเอง

2. Free Weight

Dumbbells Rack

เครดิตรูปภาพ : www.livin3.com

ดัมเบลแร็คเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็นสำหรับ Gym เลยก็ว่าได้ เพราะมันถือเป็นอุปกรณ์ที่สามารถใช้ได้กับหลากหลายท่าและรูปแบบการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็น การออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เพื่อสร้างความสมดุล เพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อ หรือแม้แต่ เพื่อฟื้นฟูสภาพกล้ามเนื้อ

โดยส่วนใหญ่แล้ว ดัมเบลจะถูกใช้กับท่าที่โฟกัสในแต่ละส่วนของกล้ามเนื้อ หรือที่เรียกว่าท่า Isolation Movement นั่นเอง ซึ่งเป็นเพราะว่า ในท่าที่ต้องใช้การโฟกัสไปที่กล้ามเนื้อแต่ละชิ้น เช่น Tricep Extension (กล้ามเนื้อหลังแขน) หรือ Dumbbell Fly (กล้ามเนื้อหน้าอก) ผู้ออกกำลังกายต้องเลือกน้ำหนักที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด เพื่อให้สามารถควบคุมกล้ามเนื้อมัดนั้นได้ดี  ดังนั้นการมีดัมเบลแร็คจึงถือว่าตอบโจทย์มากๆสำหรับการออกกำลังกายรูปแบบนี้

Barbell Rack

เครดิตรูปภาพ : yorkbarbell

บาร์เบลแร็คนั้นเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ถูกจัดอยู่ในหมวดมู่ฟรีเวท และถูกใช้งานบ่อยไม่แพ้ดัมเบลเลย โดยหลักการใช้งานของมันก็มีความคล้ายคลึงกับดัมเบลมาก แต่สิ่งที่บาร์เบลนั้นแตกต่างออกไปก็คือ รูปแบบของมันนั้นทำให้มันควบคุมง่ายกว่าดัมเบล และอาจจะใช้การโฟกัสน้อยกว่าดัมเบล เพราะผู้เล่นไม่จำเป็นต้องพะวงว่าเมื่อยกทั้งสองข้าง มันจะเท่ากันไหม ซึ่งเป็นปัญหาหนึ่งของผู้ที่ใช้ดัมเบลสำหรับการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง

และบาร์เบลนั้น มักถูกใช้สำหรับท่าที่เป็น Compound movement ที่มีการทำงานของกล้ามเนื้อหลายกลุ่ม หลายมัด ซึ่งจะช่วยให้เพิ่มความแข็งแรงและมวลของกล้ามเนื้อได้ดี

โดยท่าออกกำลังกายแบบ Compound movement ด้วยบาร์เบลที่นิยมกันก็อย่างเช่น

  • Bench Press – กล้ามเนื้อหลักที่ใช้งานคือกล้ามเนื้อส่วนหน้าอก และรองลงมาคือกล้ามเนื้อหลังแขนและกล้ามเนื้อหัวไหล่
  • Rows – กล้ามเนื้อหลักที่ใช้งานคือกล้ามเนื้อหลัง รองลงมาคือกล้ามเนื้อหน้าแขน
  • Barbell Shoulder Press – กล้ามเนื้อหลักที่ใช้งานคือกล้ามเนื้อไหล่ รองลงมาคือกล้ามเนื้อบ่าและกล้ามเนื้อส่วนหลังแขน
  • Squats – กล้ามเนื้อหลักที่ใช้งานคือกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า รองลงมาคือกล้ามเนื้อขาส่วนที่เหลือและกล้ามเนื้อหลัง

3. Machines

Lat Pull-Down Machine

เครดิตรูปภาพ : www.bodybuilding.com

ท่า Lat Pulldown เป็นอีกหนึ่งท่า Compound movement ที่ผู้ที่ออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งนิยมเล่นที่สุด โดยท่านี้ กล้ามเนื้อหลักที่ได้คือส่วนที่เรียกว่า Latissimus Dorsi หรือที่มักจะเรียกกันว่าปีก และรองลงมาคือหน้าแขนและไหล่ และแน่นอนว่า ท่า Lat Pulldown ส่วนใหญ่ ก็จำเป็นต้องเล่นกับเจ้า Lat Pulldown Machine เท่านั้น

แต่เจ้าเครื่อง Lat Pulldown Machine นั้นก็ยังสามารถเล่นท่าอื่นๆได้อีกด้วย โดยเครื่องนี้อาจจะเน้นไปที่กล้ามเนื้อปีกก็จริง แต่ด้วยที่ตัวเครื่องจะมีตำแหน่งและวิธีให้จับที่หลากหลาย ซึ่งขึ้นอยู่กับเทคนิคและความถนัดของแต่ละคน เช่น บางคนอาจจะเลือกใช้ท่า Wide-Grip Lat Pull-Down ที่เน้นการจับกว้าง เพื่อฝึกการดึงข้อ (Pull-ups) หรืออาจจะเปลี่ยนอุปกรณ์ช่วยดึงเป็นแบบ D-handle และใช้ท่า Single-arm Pulldown เพื่อที่จะได้ใช้น้ำหนักที่น้อยและโฟกัสได้ดีขึ้น

แน่นอนว่าเจ้า Lat Pulldown Machine นั้นเป็นเครื่องออกกำลังกายโปรดสำหรับผู้ชายที่ต้องการมีสิ่งที่เรียกว่า V-Shape เพื่อที่จะให้ลักษณะลำตัวดูกว้างและหนาขึ้น ดังนั้นมันจึงเป็นเครื่องออกกำลังกายที่กลุ่มที่เพาะกาย หรือกลุ่มต้องเสริมสร้างกล้ามเนื้อนั้นเลือกใช้บ่อยๆ

Smith Machine Bench Press

เครดิตรูปภาพ : weighttrainingexercises4you

Bench Press เป็นอีกหนึ่งท่าเสริมสร้างกล้ามเนื้อหน้าอกที่คลาสสิคสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือนักเพาะกายระดับโลกก็ต้องรู้จักและเคยเล่นท่านี้มาแน่นอน ซึ่งเทคนิคและวิธีการของแต่คนก็จะแตกต่างกันออกไปบางคนถนัดเล่นดัมเบล หรือใช้ Bench Press Rack แต่ Smith Machine Bench Press ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ต้องการโฟกัส

โดยผู้เล่นจะสามารถโฟกัสกล้ามเนื้อส่วนหน้าอกได้มากกว่าท่าที่เป็นฟรีเวท เพราะอย่างถ้าผู้เล่นใช้ Bench Press Rack ผู้จะต้องเสียแรงประคองมากกว่า เช่น ตอนที่นำบาร์ออกมาจากแร็ค (Rack out) หรือระหว่างเล่น ที่บาร์อาจจะเบี้ยวและผิดองศา ซึ่งแตกต่างจาก Smith Machine Bench Press ที่จะล็อคบาร์ไว้ให้การเคลื่อนไหวนั้นเป็นเส้นตรงเท่านั้น และทำให้ผู้เล่นไม่ต้องประคอง และสามารถโฟกัสที่กล้ามเนื้อหน้าอกได้มากขึ้น

คุณอาจจะเคยได้ยินวลีที่ว่า “Everyday is chest day” ที่ทำให้รู้ว่าหลายๆคนชอบออกกำลังในท่าที่เสริมสร้างกล้ามเนื้อหน้าอกมากขนาดไหน และเครื่องออกกำลังกายอย่าง Smith Machine Bench Press นั้นก็สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งระดับมือใหม่และระดับอาชีพ จึงเป็นเรื่องปกติที่มันกลายเป็นเครื่องเล่นยอดนิยมประจำแต่ละ Gym

4. Other

Stability Ball

เครดิตรูปภาพ : wikipedia

หลายๆคนอาจจะรู้จักในชื่ออื่นๆ อย่าง Balance Ball หรือ Fitball  และแม้จะดูน่าแปลกใจที่มันได้รับความนิยม แต่มันเป็นสิ่งที่แทบทุก Gym มี ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะว่า มันสามารถใช้ได้กับทุกๆคน โดยไม่มีข้อจำกัดทางเพศหรืออายุ และไม่จำเป็นต้องใช้ระดับพละกำลังที่สูงในการออกกำลังกาย นอกจากนี้ ความสะดวกต่อการพกพา ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้หลายๆคนถูกใจ

Stability Ball นั้น ถูกใช้ในหลากหลายจุดประสงค์ ตั้งแต่ท่าเริ่มต้นการออกกำลังกายง่ายๆอย่างการวอร์มอัพ ไปจนถึงท่าออกกำลังกายที่ต้องอาศัยการโฟกัสเพื่อเผาผลาญไขมันหรือรักษาสมดุลของร่างกาย อีกทั้งยังถูกนำมาพัฒนาเพื่อใช้ควบคู่กับการบริหารแบบต่างๆ เช่น

  • การออกกำลังกายแบบแอโรบิค (Aerobic Exercise)
  • โยคะ (Yoga)
  • การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Strength Training)
  • เซอร์กิตเทรนนิ่ง (Circuit Training)

เรียกได้ว่า ใช้ได้กับเกือบทุกรูปแบบการออกกำลังกายเลยทีเดียว

สรุป

และที่ได้นำเสนอไปนั้นก็คือ 7 อุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายที่คนนิยมใช้งานมากที่สุด ซึ่งก็จะทำให้เห็นถึงประโยชน์และเหตุผลที่ทำให้แต่ละชิ้นนั้นเป็นที่ถูกใจของคนออกกำลังกายหลายๆคน

และหวังว่าบทความนี้จะเป็นแนวทางสำหรับผู้ประกอบการที่กำลังตัดสินใจเลือกอุปกรณ์หรือเครื่องออกกำลังกายเพื่อนำมาวางใน Gym และสร้างความน่าสนใจให้กับ Gym จนสามารถดึงดูดลูกค้ามาเป็นสมาชิกได้สำเร็จครับ

แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีอีกหลากหลายชิ้นที่ไม่ได้พูดถึงในบทความนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ Gym นั้นควรจะมี เพราะความหลากหลายในการออกกำลังกาย ก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ลูกค้าให้ความสนใจ ทั้งนี้ถ้าคุณกำลังจะเปิด Gym และต้องการเลือกซื้ออุปกรณ์หรือเครื่องออกกำลังกาย สามารถติดต่อสอบถามหรือขอคำปรึกษากับเราได้ครับ

ต้องการเปิดฟิตเนส?

ให้เราช่วยบอกคุณว่าควรเริ่มต้นอย่างไรให้ได้กำไรเข้าธุรกิจยิมของคุณให้ได้มากและเร็วที่สุด เราให้คำปรึกษาฟรีที่เหมาะกับขนาดพื้นที่และงบประมาณ

ปรึกษาฟรี!