แจกตารางออกกําลังกาย ลดพุง 7 วัน มือใหม่ทำตามได้ 

ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย การมีหน้าท้องที่แบนราบเรียกได้ว่าเป็นความฝันของใครหลายคน แต่ด้วยไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่เร่งรีบในยุคปัจจุบัน อาจทำให้หลายคนไม่มีเวลาออกกำลังกาย หรือดูแลเรื่องอาหารการกินมากนัก จนทำให้หลายคนเจอปัญหามีพุงสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ  แน่นอนว่ามีปัญหาไขมันสะสมบริเวณพุงหรือหน้าท้องนั้น นอกจากจะนำไปสู่การอ้วนลงพุงได้ในอนาคตแล้ว ยังลดความมั่นใจเวลาสวมใส่เสื้อผ้าลงด้วยเช่นกัน 

‍

บทความนี้ NBA Sportmanagement จะไม่ปล่อยให้คุณต้องหมดความมั่นใจไปเพียงเพราะปัญหาพุงสะสม เพราะเราได้ดีไซน์ตารางออกกำลังกายลดพุงใน 7 วันสำหรับมือใหม่ ที่สามารถทำตามได้ไม่ยาก 

สาเหตุที่ทำให้เกิดไขมันบริเวณหน้าท้อง มีพุงสะสม เกิดอะไรบ้าง?

การเกิดพุงสะสมนั้นสามารถเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย ตั้งแต่พฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วพฤติกรรมเหล่านี้มักสะสมเป็นไขมันในร่างกายโดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง และปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดพุง ได้แก่

‍

  • การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง การกินอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลมากเกินไป เช่น ของทอด ขนมหวาน หรือเครื่องดื่มหวาน ทำให้ร่างกายสะสมไขมันส่วนเกิน

‍

  • การขาดการออกกำลังกาย การนั่งทำงานหรือนั่งพักผ่อนนาน ๆ โดยไม่ขยับร่างกายทำให้ร่างกายไม่สามารถเผาผลาญไขมันที่สะสมได้

‍

  • การดื่มน้ำไม่เพียงพอ การดื่มน้ำไม่ถึง 1.5 ลิตรต่อวัน อาจทำให้ระบบเผาผลาญของร่างกายทำงานไม่เต็มที่ และอาจทำให้การสะสมไขมันได้ง่ายขึ้น

‍

  • การดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีแคลอรีและน้ำตาลสูง นอกจากนี้ยังส่งผลต่อการย่อยอาหาร ทำให้ร่างกายสะสมไขมันบริเวณหน้าท้องได้

‍

  • ความเครียด ความเครียดสามารถทำให้การทำงานของฮอร์โมนในร่างกายผิดปกติ ซึ่งอาจส่งผลให้เรากินอาหารที่ไม่มีประโยชน์และนำไปสู่การสะสมไขมัน

‍

รวมโปรแกรมออกกำลังกาย ลดพุง 7 วัน เริ่มต้นได้ พุงหายจริง 

NBA Sportmanagement ขอมาแจกท่าออกกำลังกายลดพุง 7 วัน ที่จะช่วยให้คุณมีหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์มได้อย่างมั่นใจ แถมพุงหาย ร่อง 11 ซิกแพกชัดขึ้น และรู้สึกกระปรี้กระเปร่ามากกว่าเดิม โดยในแต่ละวันจะต้องออกกำลังกายยังไงบ้าง ไปดูพร้อมกันได้เลย

‍

โปรแกรมออกกำลังกาย ลดพุง 7 วัน
7-days-flat-belly-workout-program

วันจันทร์ เร่งระบบเผาผลาญด้วย Cardio

นับหนึ่งเริ่มต้นที่วันจันทร์ด้วยการออกกำลังกายลดพุงที่เน้นไปที่การ Cardio สำหรับวันแรกของการออกกําลังกาย ลดพุง 7 วัน จะเน้นไปที่การกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานและเพิ่มความแข็งแรงให้ร่างกาย เพื่อให้ช่วยลดไขมันสะสมที่หน้าท้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ

‍

โดยก่อนเริ่มออกกำลังกายลดควร Warm-up ก่อนเป็นเวลา 5 นาที เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับร่างกาย ซึ่งโปรแกรมในวันจันทร์มีท่าออกกำลังกายลดพุง ดังนี้ 

‍

ทำแต่ละท่าเป็นเวลา 45 วินาที และสลับพัก 15 วินาที

‍

  • Jumping Jacks
  • High Knees
  • Mountain Climbers
  • Burpees (แบบไม่มีวิดพื้น)

‍

Cool-down 5 นาที โดยทำแต่ละท่าทั้งหมด 3-4 เซ็ต

วันอังคาร เน้นปั้นแกนกลางให้แน่น หุ่นเฟิร์มได้ดั่งใจ

วันที่ 2 ของตารางการออกกำลังกาย 7 วัน ในวันนี้เราจะโฟกัสไปที่การปั้นส่วนแกนกลางให้แน่น และเป็นการปูพื้นในการเริ่มสร้างซิกแพก โดยเฉพาะการปั้นซิกแพคผู้ชาย ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้อง พร้อมทั้งช่วยในการลดไขมันสะสมและปรับรูปร่างให้กระชับขึ้น

‍

Warm-up เป็นเวลา 5 นาที 

‍

  • Plank 45-60 วินาที
  • Bodyweight Squats 20 ครั้ง
  • Leg Raises 20 ครั้ง
  • Push-ups (วางเข่าได้) 12 ครั้ง

‍

Cool-down 5 นาที โดยทำแต่ละท่าทั้งหมด 3-4 เซ็ต

วันพุธ ท้าทายทุกขีดจำกัดด้วย HIIT Challenge

มาเผาผลาญไขมันและลดพุง ด้วยท่าออกกำลังกายลดพุงที่จะเร่งกระบวนการเผาผลาญในร่างกายในวันที่ 3 กันเลย ซึ่งในวันนี้มีโปรแกรมการออกกำลังกายดังต่อไปนี้

‍

Warm-up เป็นเวลา 5 นาที 

‍

และทำแต่ละท่าเป็นเวลา 40 วินาที และสลับพัก 20 วินาที 

‍

  • Squat Jumps
  • Plank to Push-up (ทำท่าแพลงก์แล้วสลับขึ้นมาท่าวิดพื้น)
  • Mountain Climbers
  • Inchworms

‍

Cool-down 5 นาที โดยทำแต่ละท่าทั้งหมด 3-4 เซ็ต

วันพฤหัส มาฟื้นฟูร่างกายให้พร้อม ผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ล้า

มาถึงครึ่งทางของโปรแกรมออกกำลังกาย ลดพุง 7 วันแล้ว สำหรับในวันนี้เป็นวันพักผ่อน ฟื้นฟูร่างกายเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราขอมอบให้คุณที่มีวินัยในการออกกำลังกายลดพุงในแต่ละวัน โดยโปรแกรมวันนี้จะโฟกัสไปที่การยืดเหยียด ขยับร่างกายเบา ๆ เพื่อรักษา Enegy ในร่างกายของคุณให้เต็มเปี่ยมพร้อมลดพุงในวันต่อไป

‍

  • โยคะหรือเล่นพิลาทิสเพื่อยืดกล้ามเนื้อ 20-30 นาที
  • หรือเดินเร็ว 45 นาที

วันศุกร์ บริหารร่างกายทุกส่วนให้กระชับ ด้วย Total Body Toning

สำหรับแพลนในวันศุกร์นี้ เราจะทำให้คุณมีหน้าท้องแบนราบและกระชับ ด้วยโปรแกรมการออกกำลังกายลดพุงที่จะพาคุณไปบริหารร่างกาย ฝึกท่าที่เน้นกล้ามเนื้อกลางลำตัวและส่วนล่าง เพื่อช่วยเสริมความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับร่างกาย

‍

Warm-up เป็นเวลา 5 นาที

‍

  • Alternating Lunges 20 ครั้ง (ข้างละ 10)
  • Russian Twists 24 ครั้ง (นับสลับข้าง)
  • Glute Bridges 20 ครั้ง
  • Side Plank ข้างละ 30 วินาที

‍

Cool-down 5 นาที โดยทำแต่ละท่าทั้งหมด 3-4 เซ็ต

วันเสาร์ เสริมสร้างกล้ามเนื้อด้วย Strength & Stability

วันเสาร์นี้มาเสริมสร้างกล้ามเนื้อด้วยท่าออกกำลังกายลดพุงที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรง และเสถียรภาพให้กับร่างกายกันดีกว่า ซึ่งแพลนการออกกำลังกายในวันนี้จะช่วยให้คุณได้ทั้งกล้ามเนื้อและความยืดหยุ่น จากท่าต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

‍

Warm-up เป็นเวลา 5 นาที

‍

  • Bodyweight Squats 20 ครั้ง
  • Alternating Lunges 20 ครั้ง (ข้างละ 10)
  • Russian Twists 24 ครั้ง (นับสลับข้าง)
  • Glute Bridges 15 ครั้ง

‍

Cool-down 5 นาที โดยทำแต่ละท่าทั้งหมด 3-4 เซ็ต

วันอาทิตย์ พักอย่างเต็มที่ ให้ร่างกายพร้อมกลับมาลุยใหม่ในสัปดาห์หน้า 

ถึงวันสุดท้ายของตารางออกกำลังกาย ลดพุง 7 วันแล้ว! วันนี้ถึงเวลาที่จะให้รางวัลกับตัวเองด้วยการพักผ่อนเต็มที่ เพราะการพักผ่อนนั้นสำคัญมากในการฟื้นฟูกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น และช่วยให้คุณพร้อมสำหรับการออกกำลังกายลดพุงในสัปดาห์ต่อไปได้อย่างเต็มที่อีกด้วย

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการออกกำลังกายลดพุง 7 วัน

รวมคำถามที่พบบ่อย ที่คนออกกำลังกาย ลดพุง 7 วันต้องอยากรู้ 

1. ใช้ตารางออกกำลังกาย ลดพุง 7 วัน ต้องคุมอาหารด้วยไหม แล้วควรเน้นกินอะไรเป็นพิเศษ?

จำเป็นต้องคุมอาหารควบคู่ไปด้วย เพราะการใช้ตารางออกกำลังกาย ลดพุง 7 วัน เพียงอย่างเดียวโดยที่ไม่ได้ควบคุมอาหารไปด้วยนั้น อาจจะยังไม่เห็นผลชัดเจน หากคุณยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินแบบเดิม ๆ และควบคู่กันไปกับการลดการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ของทอด ของหวาน และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปด้วย

‍

โดยอาหารที่ควรเน้นเมื่อเริ่มใช้ตารางออกกำลังกาย ลดพุง 7 วัน ได้แก่

‍

  • โปรตีนสูง ไขมันต่ำ เช่น เนื้อปลา, อกไก่, ไข่ และเห็ด ซึ่งการรับประทานอาหารที่มีโปรตีน และมีไขมันต่ำนั้นจะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และเพิ่มการเผาผลาญ
  • อาหารที่มี Fiber และใยอาหารสูง เช่น ผักใบเขียว บรอกโคลี และธัญพืชไม่ขัดสีอย่างข้าวโอ๊ตและควินัว จะช่วยให้คุณอิ่มนานและยังดีต่อระบบขับถ่ายอีกด้วย
  • อาหารที่อุดมไปด้วยไขมันดี เช่น อะโวคาโดและถั่วต่าง ๆ จะช่วยลดการอักเสบในร่างกาย
  • ผลไม้ที่มีน้ำตาลน้อย เช่น แอปเปิล, ฝรั่ง, สตรอว์เบอร์รี, กีวี่ และแก้วมังกร เป็นต้น

2. ควรออกกำลังกายลดพุง อาทิตย์ละกี่วัน และวันละกี่นาที?

สงสัยใช่ไหมว่าควรออกกำลังกายอาทิตย์ละกี่วัน และควรออกวันละกี่นาที สำหรับผู้ที่ต้องการออกกำลังกายลดพุง 7 วัน ควรออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30-45 นาทีเพื่อลดพุง และควรออก 3-5 วันต่อสัปดาห์

‍

อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายในช่วงเช้าตอนท้องว่าง จะช่วยให้ร่างกายดึงไขมันสะสมมาใช้ได้ดีขึ้น เมื่อเป็นแบบนี้ก็ช่วยให้ไขมันที่สะสมบริเวณพุงค่อย ๆ หายไปได้ด้วยนั่นเอง

‍

ออกกําลังกาย ลดพุง 7 วัน
7-days-flat-belly-workout

‍

3. ระหว่างท่า Plank กับ Crunches ออกกำลังกายท่าไหนดีต่อการลดพุงมากกว่า?

การออกกำลังกายลดพุงด้วยท่า Plank จะดีต่อการลดพุงได้มากกว่า เพราะท่า Crunches จะเน้นที่กล้ามเนื้อหน้าท้องส่วนบนเป็นหลัก (Rectus Abdominis) ส่วนการทำท่า Plank จะช่วยบริหารกล้ามเนื้อทั้งแกนกลางลำตัว (Core Muscles), หน้าท้องส่วนบน, หน้าท้องส่วนล่าง, หน้าท้องด้านข้าง (Obliques) ได้ดี

‍

และยังรวมไปถึงกล้ามเนื้อหลังและสะโพกด้วย การมีแกนกลางลำตัวที่แข็งแรง จะช่วยปรับบุคลิกภาพให้ดีขึ้น และทำให้หน้าท้องดูแบนราบมากขึ้นในระยะยาว

แนะนำ Maxnum Plus T5 ลู่วิ่งไฟฟ้าตัวช่วยที่ให้คุณออกกำลังกายลดพุงได้ทุกวัน

ใครที่กำลังมองหาวิธีเพิ่มประสิทธิภาพในการฝึกซ้อมไม่ว่าจะเป็นการวิ่งมาราธอน การเวทเทรนนิ่ง หรือการวิ่งเพื่อสุขภาพ ขอแนะนำ Maxnum Plus T5 ลู่วิ่งไฟฟ้าที่ออกแบบมาสำหรับใช้งานในโฮมยิม ตัวเลือกที่ตอบโจทย์อย่างลงตัวสำหรับนักวิ่ง! ด้วยมอเตอร์ AC สุดแกร่ง เอาใจคนที่จริงจังในการออกกำลังกายลดพุง แม้จะฝึกซ้อมอยู่ในบ้าน ก็วิ่งได้แบบจัดเต็มเหมือนอยู่ในฟิตเนส ด้วยฟีเจอร์สุดแกร่ง

‍

Maxnum Plus T5 ออกกำลังกายลดพุง
Maxnum-Plus-T5-Treadmill
  • มอเตอร์ AC 4 แรงม้า – สมบูรณ์แบบสำหรับการฝึกซ้อมวิ่งมาราธอนที่บ้าน โดยที่คุณสามารถวิ่งต่อเนื่องได้โดยไม่สะดุด
  • ความเร็วสูงสุด 0.5-22 กม./ชม. | ปรับความชันได้ถึง 15% – เหมาะสำหรับการฝึกตั้งแต่เดินเร็วจนถึงวิ่งขึ้นเนิน
  • หน้าจอ LED Dot-Matrix ที่ใช้งานง่าย – มาพร้อม 40 โปรแกรมฝึกและโหมดวัด Body Fat เพื่อช่วยติดตามความก้าวหน้า
  • รองรับ Bluetooth – เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันสุขภาพเพื่อการติดตามที่สะดวกไปอีกขั้น
  • พื้นที่วิ่งกว้าง 153 x 55 ซม. | สามารถรับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 150 กก. – รองรับการใช้งานได้ดีแม้ผู้ใช้งานมีน้ำหนักมากหรือวิ่งด้วยความเร็วสูงก็ตาม
  • มาตรฐาน EN957 – โครงสร้างแข็งแรง มั่นคงทุกการวิ่ง

‍

จะเริ่มต้นวิ่งเพื่อลดพุง หรือจะเป็นนักวิ่งมือโปรที่ต้องการเพื่อนคู่ใจในการวิ่ง Maxnum Plus+ T5 คือลู่วิ่งไฟฟ้าที่จะทำให้การวิ่งของคุณสนุก และมีประสิทธิภาพมากขึ้น! ฟังก์ชันที่ออกแบบมาเพื่อคนรักการวิ่ง ช่วยให้คุณมีสุขภาพที่ดีและหุ่นที่ต้องการได้ไม่ยาก ที่สำคัญยังใช้งานง่าย ปลอดภัย วิ่งได้ทุกวันแม้จะอยู่ในบ้าน!

‍

สนใจสั่งซื้อลู่วิ่งไฟฟ้า Maxnum Plus+ T5 เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณในทุก ๆ วัน คลิกได้เลยที่นี่ หรือแอด LINE ID: @maxnumfitness เท่านั้น เพราะโปรโมชันดี ๆ แบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อย ๆ จำนวนจำกัด หมดแล้วหมดเลย! 

ต้องการเปิดฟิตเนส?

ให้เราช่วยบอกคุณว่าควรเริ่มต้นอย่างไรให้ได้กำไรเข้าธุรกิจยิมของคุณให้ได้มากและเร็วที่สุด เราให้คำปรึกษาฟรีที่เหมาะกับขนาดพื้นที่และงบประมาณ

ปรึกษาฟรี!