6 วิธีพัฒนาฟิตเนสให้มีลูกค้าเพิ่มมากขึ้น

ช่วงหลายปีมานี้จนมาถึงปัจจุบัน เทรนด์การออกกำลังกายและการใส่ใจสุขภาพนั้นมาแรงจนเรียกได้ว่า มันกลายเป็นส่วนสำคัญของชีวิตหลายๆคน ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งมาราธอน การกินอาหารคลีน หรือการลดน้ำหนัก ซึ่งส่งผลต่อธุรกิจฟิตเนสโดยตรง เพราะเมื่อมีความต้องการมากขึ้น ธุรกิจฟิตเนสก็เริ่มมีการแข่งขันที่ดุเดือดมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โจทย์ใหญ่หลักๆที่เข้ามาสู่เจ้าของฟิตเนส ได้แก่

  • ทำยังไงให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการของเรามากขึ้น ?  
  • มีวิธีอะไรบ้างที่จะรักษาสมาชิกเก่าให้ยังคงใช้บริการของเราอยู่เสมอ ?
  • จะแข่งขันกับฟิตเนสเจ้าอื่นยังไง ?

ในบทความนี้ เราเลยอยากแนะนำวิธีการพัฒนาและปรับตัวสำหรับฟิตเนส เพื่อให้ธุรกิจของคุณมีลูกค้ามากขึ้น, ยอดขายและรายได้เพิ่มขึ้น และบริการสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้มากที่สุดเพื่อรักษาลูกค้าเก่าต่อไป

1. รู้จักธุรกิจตัวเองและรู้จักลูกค้า

สิ่งที่สำคัญมากในธุรกิจทุกประเภทรวมไปถึงฟิตเนส คือ การรู้จักตำแหน่ง (Brand Position) ของตัวเอง และรู้จักกลุ่มลูกค้า เพราะนอกจากมันจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของบริษัทว่า ต้องการออกแบบบริการแบบไหนให้ลูกค้ากลุ่มไหนแล้ว มันยังส่งผลต่อการวางแผนระยะสั้นและยาวของธุรกิจด้วย ซึ่งสำหรับธุรกิจฟิตเนสแล้ว สิ่งที่คุณควรรู้เบื้องต้นเป็นพื้นฐานนั้นได้แก่

ธุรกิจของตัวเอง

ตลาดของฟิตเนสนั้นยังมีหลากหลายตามผู้ให้บริการหลายๆเจ้า แต่หลักๆแล้วจะมีอยู่แค่ 2 แบบ คือ

  • ผู้ให้บริการแบบครบวงจร ซึ่งหมายถึงฟิตเนสที่เจาะตลาดวงกว้าง มีบริการออกกำลังกายหลายรูปแบบทั้งคลาส และเทรนเนอร์ส่วนตัว ตอบสนองการออกกำลังกายเกือบทุกประเภท
  • ยิมออกกำลังกายเฉพาะทาง ที่เจาะตลาด Niche Market (ตลาดเจาะจงเฉพาะกลุ่ม) เน้นบริการการออกกำลังกายแค่บางอย่าง เช่น โยคะ เป็นต้น

การกำหนดประเภทของธุรกิจให้ชัดเจนทำให้รู้ได้ว่า คุณต้องมีบริการอะไรบ้าง ต้องซื้ออุปกรณ์ออกกำลังกายอะไร ต้องขายใคร และถ้าจะพัฒนาขยายฟิตเนส เพิ่มกลุ่มลูกค้า หรือบริการต่อไป จะต้องไปในทิศทางไหนให้ตรงกับเป้าหมายเดิม ซึ่งส่งผลต่อการบริหารงบประมาณ และค่าดำเนินการ

กลุ่มลูกค้าของคุณ

กลุ่มลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการฟิตเนสในปัจจุบันถือว่ามีความหลากหลายมากขึ้น เพราะไม่ได้มีเพียงวัยรุ่นและผู้ใหญ่ทั่วไป แต่ยังมีความเฉพาะทางมากขึ้น เช่นกลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องการออกกำลังกายเพื่อกายภาพบำบัด กลุ่มอาชีพนักบินที่ไม่ได้มีเวลาออกกำลังกายในช่วงกลางวัน หรือกลุ่มผู้หญิงที่ต้องการเล่นแค่คลาสเต้น

เพราะฉะนั้น สิ่งสำคัญคือการหาคำตอบให้ได้ว่าลูกค้าที่คุณสนใจ และลูกค้าปัจจุบันของคุณนั้น มาใช้บริการฟิตเนสอะไร (What), ทำไม (Why) และอย่างไร (How)

อะไรทำให้พวกเขาเข้าฟิตเนส อะไรคือแรงกระตุ้นในการมาใช้บริการบ่อยๆ เมื่อมาแล้วเขาเล่นอะไรมากที่สุด และเป้าหมายของพวกเขาคืออะไร

ยิ่งคุณทำความเข้าใจลูกค้าได้เฉพาะเจาะจงและละเอียดมากเท่าไหร่ คุณก็จะสามารถออกแบบบริการที่ตรงกับความต้องการและตอบโจทย์พวกเขาได้มากที่สุด ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มพนักงานออฟฟิศที่มีเวลาเล่นไม่มากหลังเลิกงาน การจัดคลาสออกกำลังกาย 30 นาทีอาจจะเหมาะกับพวกเขามากกว่าคลาสปกติที่มักใช้เวลาถึง 1 ชั่วโมงก็เป็นได้

และสำหรับคำถามว่า ต้องทำยังไงถึงจะรู้จักลูกค้าได้มากขึ้น วิธีง่ายๆที่สามารถทำได้เลย เช่น

  • ทำ Survey สอบถามความต้องการของลูกค้า ความพึงพอใจ พร้อมข้อเสนอแนะ
  • ทำบันทึกสอบถามเป้าหมายและจุดประสงค์ในการเข้าฟิตเนสของลูกค้า (อาจจะทำตอนสมัครสมาชิกครั้งแรกก็ได้) เพื่อดูว่าลูกค้าไปถึงเป้าหมายหรือไม่
  • ทำสถิติดูว่า คลาสไหนเป็นที่นิยมมากที่สุด และลูกค้ากลุ่มไหนที่มักจะมาเล่นคลาสนี้

นอกจากลูกค้าแล้ว การวิเคราะห์ช่วงเวลาก็สำคัญ ซึ่งในที่นี้หมายถึงทั้ง ช่วงเวลาเช้าหรือเย็นที่ลูกค้ามาเล่น ช่วงวันไหนของสัปดาห์ และช่วงเดือนไหนของปี เพราะอย่างที่ทราบว่าช่วงต้นปี ยอดผู้สมัครสมาชิกฟิตเนสก็มักจะมากกว่าช่วงอื่นจากการเซตเป้าหมายของปีใหม่ เมื่อมีโอกาสแบบนี้ คุณก็สามารถทำโปรโมชั่นรองรับลูกค้าใหม่ได้ง่ายขึ้น

2. ทำการตลาดออนไลน์และออฟไลน์

การตลาดที่มีประสิทธิภาพมักส่งผลต่อลูกค้าและรายได้ของธุรกิจอย่างมาก เพราะมันเป็นการดึงดูดให้คนมาใช้บริการโดยตรง

ออนไลน์

สำหรับการตลาดออนไลน์ โซเชียลมีเดีย ยังถือเป็นสื่อในการสื่อสารกับลูกค้าได้ง่ายที่สุด เพราะคุณสามารถโฆษณา ทำโปรโมชั่น ทำบทความให้ความรู้ พูดคุย และรับฟีดแบคเกี่ยวกับบริการของคุณได้ทันที

นอกจากนี้คุณยังสามารถนำข้อมูลที่ได้ผ่านโซเชียลนั้นๆ เช่น Facebook, Youtube ไปวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่ม หรือเจาะจงกลุ่มลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น การสร้าง lookalike audience ใน Facebook ที่ทำให้คุณเจาะจงลูกค้าได้ตรงกับคลาสที่ฟิตเนสมี และทำโฆษณาดึงดูดลูกค้าใหม่กลุ่มนั้นได้ตรงจุดมากที่สุด

ส่วนสำหรับฟิตเนสทั้งขนาดเล็กและใหญ่ การใช้ Local SEO ซึ่งเป็นการนำธุรกิจไปใส่กับบริการเสิร์ชเอนจินเพื่อให้คนในพื้นที่ค้นหา และเจอข้อมูลของธุรกิจ ก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะมันฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย และมันเข้าถึงลูกค้าที่อาศัยอยู่ในบริเวณต่างๆใกล้กับฟิตเนสได้ชัดเจน เช่น ถ้าเสิร์ชคำว่า “ฟิตเนสใกล้บ้าน” บน Google การใช้ Google My Business ก็ทำให้คนเจอฟิตเนสของคุณได้มากขึ้น และมีโอกาสได้ลูกค้าในพื้นที่เยอะขึ้นเช่นกัน

ออฟไลน์

การทำการตลาดออฟไลน์แม้จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าออนไลน์ในบางครั้ง แต่ก็ยังถือว่าจำเป็น เพราะสำหรับฟิตเนส วิธีการดึงดูดลูกค้าที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพก็มาจาก การขายโดยตรงจากพนักงานขาย และการบอกต่อ (Word of Mouth) ดังนั้นหลายๆฟิตเนสจึงเริ่มทำแคมเปญให้ส่วนลด โปรโมชั่น  คลาสฟรี หรือสิทธิพิเศษเพิ่มเติมกับลูกค้าที่ ชวนเพื่อนมาสมัครสมาชิกเพิ่มโดยการอ้างอิงชื่อสมาชิกเดิม เพื่อเป็นแรงจูงใจกับลูกค้า และสำหรับธุรกิจ การอ้างอิงชื่อแบบนี้มีแนวโน้มสูงที่จะได้ลูกค้ามากกว่าการขายออนไลน์เพียงอย่างเดียว

3. สร้างคอมมูนิตี้ และออกแบบสิ่งแวดล้อมให้ลูกค้า

ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดระหว่างการออกกำลังกายในฟิตเนส และการออกกำลังกายเองที่บ้าน คือสิ่งแวดล้อมรอบข้างตอนออกกำลังกาย

ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะมีแอพพลิเคชั่นออกกำลังกายที่ต้องจ่ายเงินเพื่อเข้าถึงคลาสได้สำหรับคนอยากออกกำลังกายที่บ้าน ทว่าจุดเด่นที่ทำให้ฟิตเนสได้เปรียบกว่าคือ การสร้างสิ่งแวดล้อมและความเป็นคอมมูนิตี้ในการออกกำลังกายให้ลูกค้า ซึ่งเป็นแรงกระตุ้นที่สำคัญสำหรับคนออกกำลังกาย

โดยสิ่งที่สามารถออกแบบได้ อาจจะเป็น

  • จัดพื้นที่ให้มีบริเวณที่คนมาออกกำลังกายสามารถพูดคุยกันได้
  • หาวิธีการติดตาม และวัดผลให้ลูกค้า เช่นเครื่องวัดไขมันในร่างกาย เพื่อให้มีแรงกระตุ้นในการออกกำลังกายที่ฟิตเนส
  • จัดคลาสออกกำลังกายเป็นกลุ่มเพื่อให้คนที่มาออกกำลังกายคนเดียวมีเพื่อนที่มีเป้าหมายใกล้กัน

การออกแบบเช่นนี้เป็นการเพิ่มแรงจูงใจหรือแรงกระตุ้นให้กับคนออกกำลังกาย ดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ และเป็นการรักษาลูกค้าเก่าให้กลับมาใช้บริการอย่างสม่ำเสมอด้วย

4. ใช้ประโยชน์จากทำเล

การเลือกทำเลก่อนตัดสินใจสร้างยิมในบริเวณต่างๆนั้นส่งผลต่อยอดขาย และการเข้าถึงลูกค้าเป็นอย่างมาก แต่ถ้าคุณเลือกทำเลไปแล้ว วิธีการเพิ่มลูกค้าโดยใช้ประโยชน์จากสถานที่ปัจจุบันนั้นได้แก่

1. พาร์ทเนอร์กับบริษัทใกล้เคียงทำ Wellness Program (โปรแกรมสุขภาพดีเพื่อพนักงาน)

หนึ่งในวิธีเพิ่มลูกค้าที่ฟิตเนสสามารถทำได้คือ การทำโปรแกรมร่วมกับบริษัทใกล้เคียง เช่นออฟฟิศทำงานตรงข้ามฟิตเนสของคุณ โดยอาจให้สิทธิหรือราคาพิเศษกับพนักงาน เพราะหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการเลือกสมัครสมาชิกฟิตเนสของคนออกกำลังกายคือ สถานที่ที่เดินทางสะดวก

นึกง่ายๆเช่นการที่พนักงานออฟฟิศใกล้ฟิตเนสคุณสามารถเดินมาออกกำลังกายหลังเลิกงานได้ เขาก็ไม่ต้องลำบากกับเดินทางไกล ถือเป็นการอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า และคุณก็จะได้ลูกค้าเพิ่มมาอีกกลุ่มอย่างชัดเจน ง่ายกว่าการขายให้ลูกค้าทีละคน

2. ทำโปรโมชั่นร่วมกับธุรกิจประเภทใกล้เคียงในบริเวณเดียวกัน

การมองหาธุรกิจแนวเดียวกันกับฟิตเนส เช่นสายสุขภาพ ช่วยเพิ่มโอกาสในการได้ลูกค้าใหม่ๆได้ นึกถึงร้านอาหารคลีนที่เปิดอยู่หน้าฟิตเนส หรือร้านขายอุปกรณ์กีฬาในบริเวณใกล้เคียง การทำโปรโมชั่นร่วมกับร้านเหล่านี้เป็นการดึงดูดลูกค้าจากร้านอาหาร หรือร้านขายอุปกรณ์กีฬาให้มาสนใจฟิตเนสของคุณ ทำให้คุณได้ฐานลูกค้าของเขา และสมาชิกเก่าของฟิตเนสก็จะได้รับบริการที่ครบวงจรมากขึ้นเช่นกัน

5. ติดตามเทรนด์อย่างสม่ำเสมอ

การอัปเดตเทรนด์ถือเป็นเรื่องที่จำเป็นเช่นกันสำหรับเจ้าของฟิตเนส เพราะปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าการออกกำลังกายมีการเปลี่ยนรูปแบบและวิธีการมากยิ่งขึ้นเทียบกับสมัยก่อน ซึ่งหมายถึงคู่แข่งทางธุรกิจที่อาจจะมองเห็นโอกาสในการสร้างบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้ามากกว่า ทำให้เขาแย่งลูกค้าไปได้

นอกจากนี้ การติดตามเทรนด์การออกกำลังกายก็อาจส่งผลต่อกลุ่มลูกค้าใหม่ๆที่เกิดขึ้นด้วย เช่น จากเทรนด์สังคมผู้สูงอายุที่เติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ การหันไปจับตลาดผู้สูงอายุโดยเลือกซื้อเครื่องออกกำลังกายที่เหมาะสมกับพวกเขา รวมถึงจัดโปรแกรมออกกำลังกายที่เหมาะสมก็ทำให้คุณได้ลูกค้ากลุ่มใหม่ๆเช่นกัน

(อ่านต่อเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุได้ที่นี่)

6. สิ่งอำนวยความสะดวกและบริการที่มีคุณภาพ

แม้จะพูดถึงโอกาสใหม่ๆในธุรกิจที่ทำให้คุณได้ลูกค้าใหม่ๆเข้ามาได้ไปแล้ว แต่สิ่งสำคัญในการรักษาลูกค้า และสมาชิกให้กลับมาเล่นบ่อยๆ ไม่ย้ายไปเจ้าอื่นคือ การบริการที่มีมาตรฐาน และใส่ใจคุณภาพ นี่ครอบคลุมไปถึง คุณภาพของเครื่องออกกำลังกาย (เช่น การซ่อมบำรุง), การให้บริการจากพนักงานภายใน และ สิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน

เพราะในมุมลูกค้า เขาต้องรู้สึกว่าราคาค่าสมาชิกที่จ่ายไปนั้นคุ้มค่ากับสิ่งที่ได้รับทั้งอุปกรณ์และบริการ ยิ่งถ้าบริการของคุณไม่มีมาตรฐาน โอกาสที่ผู้คนจะพูดถึงฟิตเนสของคุณในเชิงลบก็สูงขึ้น เพราะฉะนั้น การรักษาคุณภาพและบริการให้มีมาตรฐานคงที่จะทำให้ลูกค้าเชื่อมั่น และทำให้ลูกค้าใหม่สนใจฟิตเนสของคุณได้

สรุป

การพัฒนาและวางแผนธุรกิจในการเพิ่มยอดขาย รวมถึงเพิ่มจำนวนลูกค้านั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะในตลาดที่มีแนวโน้มว่าจะโตและเปลี่ยนแปลงอย่างฟิตเนส การแข่งขันย่อมไม่แน่นอน

และจากการศึกษาแล้วยิ่งพบว่าค่าใช้จ่ายในการหาลูกค้าใหม่นั้นมากกว่าการรักษาลูกค้าเก่าถึง 5-25 เท่าเลยทีเดียว

ดังนั้นผู้ให้บริกาฟิตเนสจึงควรรู้จักธุรกิจตัวเอง เข้าใจอุตสาหกรรม และเสนอบริการที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า รวมถึงรักษามาตรฐานการบริการและคุณภาพของฟิตเนสเพื่อให้ลูกค้าปัจจุบันยังคงใช้บริการต่อไปในระยะยาว มีการบอกต่อในทางที่ดี และดึงดูดลูกค้าใหม่ให้สนใจและมั่นใจกับแบรนด์ของคุณ

ซึ่งในส่วนของการรักษาคุณภาพของเครื่องออกกำลังกาย Maxnum ก็สามารถเป็นผู้ช่วยในการลดต้นทุนทางธุรกิจให้คุณได้ ด้วยเครื่องออกกำลังกายที่ราคาถูกกว่าเจ้าอื่น การรับประกันนานกว่า และมีอายุการใช้งานที่นาน ทำให้เจ้าของฟิตเนสจัดการงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีงบในการพัฒนาดึงดูดลูกค้าจากทางอื่นเช่น การโฆษณา และการตลาดมากขึ้น!!

ต้องการเปิดฟิตเนส?

ให้เราช่วยบอกคุณว่าควรเริ่มต้นอย่างไรให้ได้กำไรเข้าธุรกิจยิมของคุณให้ได้มากและเร็วที่สุด เราให้คำปรึกษาฟรีที่เหมาะกับขนาดพื้นที่และงบประมาณ

ปรึกษาฟรี!