5 คลาสโยคะยกระดับฟิตเนส ดึงดูดใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น

5 คลาสโยคะยกระดับฟิตเนส ดึงดูดใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น

ปัจจุบันลูกค้าไม่ได้มองหาแค่ฟิตเนสที่มีเครื่องออกกำลังกายหลากหลาย หรือมีความสะดวกสบายเพียงอย่างเดียว อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ทำให้หลายคนตัดสินใจใช้บริการฟิตเนสก็คือ “คลาสออกกำลังกาย”

ซึ่ง “คลาสโยคะ” ถือเป็นหนึ่งในคลาสออกกำลังกาย ที่จะช่วยสร้างความแตกต่างให้กับฟิตเนสได้เป็นอย่างดี ทำให้การออกกำลังกายไม่น่าเบื่อ ได้ทั้งเหงื่อและความผ่อนคลายไปด้วยในตัว วันนี้ NBA Sportmanagement เลยจะมาแนะนำ 5 คลาสโยคะ ที่ทุกฟิตเนสควรมีไว้ เพื่อยกระดับฟิตเนสสู่ยุคใหม่ และทำให้ลูกค้าอยากมาใช้บริการมากยิ่งขึ้น

คลาสโยคะคืออะไร ?

คลาสโยคะ คือการนำศาสตร์ “โยคะ” ที่ใช้ในการทำสมาธิ ยืดเหยียดกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ เพื่อสร้างสมดุลของร่างกายและจิตใจ มาผสมผสานกับการออกกำลังกาย เพื่อเน้นสร้างความยืดหยุ่นให้ร่างกายและกล้ามเนื้อ และฝึกสมาธิ ฝึกจิตใจไปพร้อมกัน ทำให้คลาสโยคะ เป็นตัวช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อ ลดความเครียด และช่วยบรรเทาอาการบาดเจ็บบางอย่างได้

ขอบคุณภาพจาก inspireyoga

5 คลาสโยคะที่ควรมีในฟิตเนส

คลาสโยคะที่ทำตามได้ง่าย และควรมีไว้รองรับลูกค้า NBA Sportmanagement ขอแนะนำดังนี้

1.คลาสพิลาทิส (Pilates)

คลาสพิลาทิส คือคลาสออกกำลังกายที่เน้นการเคลื่อนไหวด้วยท่าโยคะเป็นหลัก โดยใช้อุปกรณ์เสริมเข้ามาช่วยดึงและยืดส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ เป็นหนึ่งในคลาสโยคะที่สามารถทำได้ง่าย และได้รับความนิยมสูง

ขอบคุณภาพจาก phillymag

2.คลาส AntiGravity Yoga

คลาสโยคะ AntiGravity Yoga เป็นการออกกำลังกาย เคลื่อนไหวกลางอากาศ โดยใช้ผ้าช่วยดึงและเหนี่ยวรั้งร่างกายไว้ เพื่อปรับท่าทางในการห้อยโหนกลางอากาศ ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนไปทั่วร่างกายได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นคลาสโยคะที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร และมีประโยชน์ต่อร่างกายมาก

ขอบคุณภาพจาก alteactive

3.คลาส Dynamic Flow Yoga

คลาส Dynamic Flow Yoga เป็นคลาสโยคะขั้นสูง ที่จะทำการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง ด้วยท่ายืนและท่านั่งผสมผสานกัน มีทั้งการยืดเหยียด และขยับร่างกายหลายส่วน เพื่อสร้างรูปร่างให้เพรียว สมส่วน กระชับกล้ามเนื้อให้มีเชฟ เป็นคลาสโยคะที่ไม่ง่าย แต่ถ้าทำได้จะมีประโยชน์อย่างมาก

ขอบคุณภาพจาก gemmamurphyyoga

4.คลาสโยคะร้อน (Bikram Yoga)

คลาสโยคะร้อน เป็นโยคะที่ต้องฝึกในห้องพิเศษโดยเฉพาะ ในอุณหภูมิสูงประมาณ 36-40 องศาเซลเซียส โดยใช้ท่าโยคะที่ง่าย ๆ แต่เน้นไปที่การยืดร่างกาย กระตุ้นระบบเผาผลาญด้วยความร้อนให้ระบบเลือดไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น และทำให้กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่น บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อได้ดี

ขอบคุณภาพจาก theconversation

5.คลาสหฐโยคะ (Hatha Yoga)

สูงสุดคืนสู่สามัญ กลับสู่พื้นฐานของการโยคะด้วย คลาสหฐโยคะ หนึ่งในโยคะที่ง่ายที่สุด มีที่มาจากคำว่า หะ หมายถึง พลังเย็น และ ฐะ หมายถึงพลังร้อน รวมกันกลายเป็นศาสตร์ ‘หฐโยคะ’ 

ด้วยการใช้ท่าพื้นฐานในการทำโยคะอย่างการนั่ง ควบคุมลมหายใจ เพื่อสร้างความสมดุลและความยืดหยุ่นให้กับร่างกาย เป็นคลาสที่เน้นการผ่อนคลาย มากกว่าสร้างความแข็งแรง เหมาะสำหรับวันที่ไม่ต้องการออกกำลังกายหนัก ๆ แต่อยากออกกำลังกาย ให้ได้เหงื่อเล็กน้อยนั่นเอง

ขอบคุณภาพจาก yogakawa

ข้อดีของการมีคลาสโยคะ สำหรับเจ้าของฟิตเนส

การมีคลาสโยคะ ในฟิตเนสนั้นจะช่วยสร้างประโยชน์ให้กับธุรกิจฟิตเนสได้หลากหลาย

  • ดึงดูดลูกค้าได้หลากหลายกลุ่มมากยิ่งขึ้น
  • สร้างบรรยากาศในฟิตเนสให้สนุกสนาน
  • สร้างคอมมูนิตี้ ภายในคลาสออกกำลังกาย
  • ทำให้ฟิตเนสมีบริการที่หลากหลาย ครบวงจรมากขึ้น
  • เป็นรายได้ใหม่ อีกหนึ่งช่องทางของฟิตเนส

สรุป

จะเห็นว่าคลาสโยคะนั้น ถือเป็นตัวช่วยพัฒนาธุรกิจฟิตเนสให้ดูดี น่าสนใจมากยิ่งขึ้น เพราะเป็นเทรนด์ออกกำลังกายที่ได้รับความนิยม ใช้เป็นจุดดึงดูดลูกค้าฟิตเนสได้ดี สร้างความแตกต่างให้ฟิตเนสของคุณไม่เหมือนใคร

แต่หากรู้สึกว่ามีแค่คลาสประเภทโยคะอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ NBA Sportmanagement สามารถให้คำแนะนำคุณได้!

NBA Sportmanagement บริการออกแบบให้คำปรึกษา ในการเปิดฟิตเนส ฟรี! 

NBA Sportmanagement ให้คำปรึกษาโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ที่มีประสบการณ์ในวงการธุรกิจฟิตเนสมากกว่า 20 ปี แนะนำให้คุณได้รับสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับการเปิดฟิตเนส ตอบโจทย์การสร้างคลาสออกกำลังกายที่คุณต้องการ พูดคุย/ปรึกษา คลิก >> NBA Sportmanagement ฟรี!

ต้องการเปิดฟิตเนส?

ให้เราช่วยบอกคุณว่าควรเริ่มต้นอย่างไรให้ได้กำไรเข้าธุรกิจยิมของคุณให้ได้มากและเร็วที่สุด เราให้คำปรึกษาฟรีที่เหมาะกับขนาดพื้นที่และงบประมาณ

ปรึกษาฟรี!