5 สิ่งที่คุณควรรู้ก่อนเลือกซื้อเครื่องออกกำลังกาย (สำหรับ Gym)

ด้วยกระแสที่มาแรง และตัวเลขของการเติบโตที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ของธุรกิจประเภทกีฬาและการออกกำลังกาย ซึ่งคาดการณ์ว่าในปีนี้จะขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาอีกด้วย ทำให้มีคนจำนวนมากสนใจที่จะเปิดธุรกิจฟิตเนส และอยากจะเข้ามาเป็นผู้เล่นในตลาดนี้  

และอย่างที่รู้กันดีว่าการที่จะเอาชนะใจของลูกค้าได้ Gym ของคุณจะต้องตอบโจทย์ลูกค้าส่วนใหญ่ที่เข้ามาใช้บริการ โดยส่วนหนึ่งที่เป็นส่วนสำคัญในการทำให้สำเร็จก็คืออุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายที่ต้องถูกใจลูกค้า รวมไปถึงฝั่งเราเองที่ผู้ประกอบการก็จะต้องได้รับความคุ้มค่าจากมันด้วยเช่นกัน

แต่เราจะรู้ได้ไงว่า….

  • จะเลือกซื้ออุปกรณ์ออกกำลังกายอย่างไรดี ?
  • เราควรมีเครื่องออกกำลังกายแต่ละประเภทจำนวนกี่ชิ้น ?
  • ยี่ห้อหรือแบรนด์ไหนที่ตอบโจทย์กับ Gym ของเรา ?

ครั้งนี้เราจึงจะมาแชร์ความรู้ที่จะทำให้คุณเลือกอุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายได้ตอบโจทย์กับ Gym ของคุณที่สุด

5 สิ่งที่ควรคำนึงถึงเพื่อการเลือกอุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายที่ตอบโจทย์กับ Gym ของคุณมากที่สุด

โดยใน 5 หัวข้อด้านล่างนี้จะเป็นสิ่งที่ช่วยตัดสินใจสำหรับผู้ผ่านขั้นตอนการวางแผนต่างๆ (เช่น กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย กำหนดช่องทางรายได้ หรือดีไซน์พื้นที่สำหรับการจัดวางอุปกรณ์และเครื่อง) มาแล้ว และอยู่ในขั้นตอนการเลือกซื้ออุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกาย

สำหรับใครที่เพิ่งมีไอเดียในการเปิดธุรกิจฟิตเนส เราขอแนะนำให้คุณได้เรียนรู้จากคู่มือการเปิดฟิตเนสก่อนเพื่อให้เข้าใจภาพรวมของธุรกิจนี้ครับ

เอาหล่ะ เกริ่นมานานแล้วเข้าสู่หัวข้อแรกกันเลยดีกว่าครับ

1. ขนาดและพื้นที่

ก่อนที่จะเลือกซื้ออุปกรณ์หรือเครื่องออกกำลังใดๆ คุณควรทำการประเมิณขนาดและกำหนดพื้นที่ในแต่ละส่วนของ Gym ให้เรียบร้อย เพราะถ้าคุณไม่รู้ตัวเลขที่สำคัญเหล่านี้คุณก็จะไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าอุปกรณ์หรือเครื่องออกกำลังกายแต่ละประเภทจะต้องมีกี่ชิ้น

เครดิตรูปภาพ :  washroomcubicles.co.uk

ที่สำคัญคือ ห้ามลืมว่านอกจากพื้นที่สำหรับวางอุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายแล้ว ก็ยังมีพื้นที่ในโซนอื่นๆ ที่มีความสำคัญ เช่น ล็อบบี้ ออฟฟิศ ห้องน้ำ ห้องล็อกเกอร์ หรือห้องที่มีฟีเจอร์พิเศษอื่นๆ ซึ่งคุณควรคำนึงถึงพื้นที่เหล่านี้ด้วยก่อนที่จะเลือกซื้อ  

หลายคนมักจะพลาดโดยเลือกที่จะซื้ออุปกรณ์และเครื่องต่างๆมาไว้ก่อน ซึ่งมีโอกาสที่จะทำให้ธุรกิจเกิดสะดุด เพราะอุปกรณ์และเครื่องที่ซื้อมาไม่เหมาะสมกับพื้นที่ของ Gym หรืออาจจะไม่ใช่แบบที่ลูกค้าส่วนใหญ่ถูกใจและต้องการ

Gym ส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะจัดสรรพื้นที่ 60 % ไว้สำหรับโซนที่เป็นอุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกาย และพื้นที่ 40 % สำหรับโซนอื่นๆ

อ้างอิงจากรายงานของ  IHRSA Health Club Equipment Benchmarking Report

2. งบประมาณที่จะใช้ลงทุน

ในการเลือกซื้ออุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกาย สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือต้นทุนหรืองบประมาณที่เราจัดสรรไว้ โดยทั้งนี้ก็จะขึ้นอยู่กับขนาดและพื้นที่ของ Gym ด้วย แต่นอกจากงบประมาณสำหรับอุปกรณ์และเครื่องแล้วก็ยังมีต้นทุนอื่นๆ ที่ต้องคำนึงถึงด้วย เช่น

  • สถานที่
  • ประกันภัย
  • พนักงานและเทรนเนอร์
  • ตกแต่งสถานที่
  • โฆษณา

ดังนั้นคุณก็ควรจัดสรรงบประมาณในแต่ละส่วนให้เหมาะสมที่สุด และสำหรับอุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกาย เราแนะนำให้คุณเช็คราคาของสินค้าแต่ละประเภทก่อน

(โดยสำหรับอุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายของทาง Maxnum คุณสามารถเช็คราคาและติดต่อสอบถามโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่นี่)

เครดิตรูปภาพ : unsplash.com

หลังจากที่เช็คราคาและได้ต้นทุนของอุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายคร่าวๆแล้ว ก็อาจจะดูความคุ้มค่าโดยการคำนวณหาจากระยะเวลาคืนทุน

ตัวอย่างเช่น Gym A เป็นยิมขนาดเล็กและลงทุนกับอุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายเป็นเงินจำนวน 800,000 บาท คาดการณ์ว่าจะมีสมาชิกเฉลี่ยต่อเดือนจำนวน 100 คน โดยมีโมเดลการคิดค่าบริการแบบรายเดือน,ราย 6 เดือน และรายปี เฉลี่ยสมาชิกต้องจ่ายคนละ 1,200 บาทต่อเดือน

ก็จะเท่าว่า Gym A จะมีรายได้เดือนละ 120,000 บาท (1,200*100) หลังจากหักต้นทุนและค่าใช้จ่ายอื่นๆแล้ว เช่น ค่าน้ำค่าไฟ เงินเดือนพนักงาน หรือค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด เหลือเดือนละ 30,000 บาท

Gym A จะใช้เวลาคืนทุนอุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายทั้งหมด 800,000/30,000 เท่ากับประมาณ 27 เดือนนั่นเอง (เงินลงทุน / ผลประโยชน์สุทธิที่จะได้รับในแต่ละเดือน)

3. ความรู้พื้นฐานของอุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายแต่ละประเภท

อุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายส่วนใหญ่นั้นจะแบ่งออกเป็น 2 หมวดหมู่ คือ

เครดิตรูปภาพ : besthealthmag.ca

กลุ่มที่เป็นประเภทคาร์ดิโอ (Cardio) : เป็นอุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายที่มีจุดประสงค์หลักคือการเผาพลาญและการไหลเวียนของเลือด โดยอุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายประเภทนี้ ก็มีอย่างเช่น เครื่องปั่นจักรยาน (stationary bicycle) , ลู่วิ่งไฟฟ้า (treadmill) , เครื่องกรรเชียงบก (rowing machine) หรือ เครื่องเดินวงรี (elliptical trainers)

เครดิตรูปภาพ : nbcnews

กลุ่มที่เป็นประเภทเสตรนจ์ (Strength) : เป็นอุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายที่มีจุดประสงค์หลักคือการเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อโดยอาศัยน้ำหนักของอุปกรณ์หรือเครื่อง เพื่อสร้างแรงต้าน โดยอุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายประเภทนี้ ก็เช่น  ดัมเบล (Dumbbells) , บาร์เบล (Barbells) , สมิทแมชชีน (smith machine) หรือ Leg press machine (เครื่องบริหารกล้ามเนื้อขา)

ซึ่งสิ่งที่คุณควรมีก็คือพื้นฐานในการใช้งานเบื้องต้นของอุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายเหล่านั้น เพื่อใช้ในการแนะนำลูกค้าภายใน Gym วิเคราะห์ปัญหาเบื้องต้นเมื่อชำรุด หรือเพื่อรู้วิธีในการดูแลรักษานั่นเอง

4. เงื่อนไขการรับประกันและการซ่อมบำรุง

แน่นอนอยู่แล้วว่าสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่จะช่วยคุณในการตัดสินใจเลือกซื้ออุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกาย ก็คือเงื่อนไขการรับประกันและการซ่อมบำรุง เพราะพวกมันมีแนวโน้มที่จะถูกใช้งานบ่อยขึ้นตามจำนวนของลูกค้าที่เข้ามาใน Gym โดยเฉพาะเครื่องออกกำลังกายประเภทคาร์ดิโอ เช่น ลู่วิ่งไฟฟ้า หรือเครื่องปั่นจักรยาน ที่อาจจะชำรุดหรือมีปัญหาได้

เครดิตรูปภาพ : precor.com

สิ่งที่คุณต้องการก็คือข้อเสนอของระยะเวลาในการดูแลจากช่างเทคนิค เพื่อแก้ปัญหาต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้น รวมทั้งการเปลี่ยนชิ้นส่วนอะไหล่ในกรณีที่อุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายต่างๆภายใน Gym เกิดชำรุด โดยส่วนใหญ่ระยะเวลาของเงื่อนไขจะอยู่ที่ประมาณ 1-2 ปี และสำหรับการดูแลและตรวจเช็ค ก็มีทั้งแบบที่ต้องเสียเงินเป็นรายครั้งและแบบฟรีในจำนวนครั้งที่กำหนด

5. ซัพพลายเออร์ที่ใช่

ในการซื้ออุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายที่มีจำนวนมาก ซัพพลายเออร์ที่มีหน้าที่เป็นคู่ค้ากับเราก็ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่าง เพราะเขาจะเป็นต้องเป็นผู้ที่สามารถไว้วางใจได้  ตรงเวลา ทำงานได้ตามที่ตกลง และมีความเชี่ยวชาญพร้อมกับประสบการณ์ด้านนี้อย่างยาวนาน

เครดิตรูปภาพ : istockphoto.com

เพราะสุดท้ายแล้วเมื่อคุณมองหาคุณสมบัติเหล่านี้จะทำให้คุณเจอกับซัพพลายเออร์ที่ใช่ ที่จะไม่ได้เป็นเพียงคู่ค้าของคุณ แต่จะเป็นผู้ที่คอยให้คำปรึกษาให้คุณในการทำธุรกิจฟิตเนสนั่นเอง

สรุป

เชื่อว่าถ้าได้อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว คุณก็จะสามารถเลือกอุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายที่ตอบโจทย์กับ Gym รวมถึงลูกค้าของคุณเองได้มากที่สุด

เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณได้อุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายที่เหมาะสมกับขนาดและพื้นที่ของ Gym ในราคาที่ไม่แพงเกินไป พร้อมกับได้คู่ค้าที่ใช่และข้อเสนอที่ถูกใจคุณที่สุด

เอาหล่ะ ตอนนี้คุณก็รู้แล้วว่าควรจะเตรียมตัวอย่างไรก่อนที่จะเลือกซื้อ ต่อจากนี้ก็ถึงเวลาของคุณแล้วที่ให้อุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตในธุรกิจฟิตเนสของคุณ

ต้องการเปิดฟิตเนส?

ให้เราช่วยบอกคุณว่าควรเริ่มต้นอย่างไรให้ได้กำไรเข้าธุรกิจยิมของคุณให้ได้มากและเร็วที่สุด เราให้คำปรึกษาฟรีที่เหมาะกับขนาดพื้นที่และงบประมาณ

ปรึกษาฟรี!